‘คิงส์คัพ’ ครั้งที่ 48 ใกล้ได้เจ้าภาพ ‘พาทิศ’ ยันมีทีมสนใจแข่งเยอะเกินความต้องการ
ความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 19-27 กันยายนนี้ ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีแผนจะจัดเป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 48 พร้อมกับมีนโยบายส่งเสริมฟุตบอลทีมชาติไทยไปแข่งขันต่างจังวหัด และได้เปิดให้ยื่นความต้องการจัดทัวร์นาเมนต์นี้ โดยมี สงขลา, เชียงใหม่ และเชียงราย ที่เสนอตัวกันเข้ามา
ล่าสุด “เลขาโจ” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประกาศผู้ที่พร้อมที่สุดในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้
“ที่ผ่านมาเราส่งเจ้าหน้าที่ไปดูสนามของทั้งสงขลา เชียงใหม่ รวมถึงเชียงราย ยูไนเต็ด แต่ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่าเราไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด การปรับปรุงสนามแข่งขัน ห้องพักนักกีฬา สนามซ้อม โรงแรมที่พักต้องเป็นทางของผู้ที่เสนอตัวเป็นคนจัดการ เราส่งคนไปช่วยน้อยมาก”
“สิ่งที่เราส่งไปให้กับจังหวัดหรือหน่วยงานเสนอตัวเป็นเจ้าภาพคือหลักเกณฑ์ต่างๆ โดยบริษัท ไทยลีก จำกัด เป็นผู้ส่งรายละเอียดต่างๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง สนามต้องมีอะไรบ้าง ห้องพักต้องใช้อะไรบ้าง โรงแรมที่พัก สนามซ้อม จากนั้นผู้ที่เสนอตัวต้องกรอกเอกสารทั้งหมด พร้อมรูปถ่ายประกอบส่งกลับมาให้ไทยลีกพิจารณา”
“ทางไทยลีกหรือสมาคมฟุตบอลแทบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือช่วยเหลือด้านการปรับปรุงอะไรเลย ดังนั้นผู้ที่เสนอตัวต้องมีฝ่ายจัดงาน (ออร์แกไนเซอร์) ที่เป็นมืออาชีพหรือเคยผ่านการทำงานด้านการจัดแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติมาแล้ว เพื่อให้สามารถดำเนินตามระเบียบที่เราส่งไปให้ได้ครบครัน”
“เรากำหนดไว้ว่าภายในสัปดาห์หน้าทุกคนที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาจะส่งรายละเอียดให้เราพิจารณาอย่างครบถ้วน ซึ่งถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าทั้ง 3 แห่งที่เสนอตัวนั้นมีใครถอนตัว ดังนั้นเชื่อว่าทั้ง 3 แห่งจะส่งเอกสารให้เราพิจารณาครบทุกที่ และเมื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้ว เราจะประกาศเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไป”
“ในส่วนของทีมคู่แข่งทางสมาคมขอยืนยันตรงนี้ว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เพราะหนังสือที่เราส่งไปเชิญชาติต่างๆ มาร่วมแข่งขันนั้น ตอนนี้มีการตอบรับมากกว่าที่เราต้องการแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการเลือกสถานที่จัดแข่งเท่านั้น เมื่อได้สถานที่แข่งแล้วเราจะส่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้กับทีมที่ตอบรับว่าพร้อมจะไปแข่งตามสถานที่ที่เราเลือกหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วงอะไร”

