‘เอสวัน’ ท้าชน ‘เฮียฮง’ ชิงนายกสนุ้ก! – ‘บิ๊กสิน’ หนุนคนรุ่นใหม่ชี้เตือน ‘สุนทร’ แล้ว

17.07.22 | 16:33 น.

‘เอสวัน’ ท้าชน ‘เฮียฮง’ ชิงนายกสนุ้ก! – ‘บิ๊กสิน’ หนุนคนรุ่นใหม่ชี้เตือน ‘สุนทร’ แล้ว

 

สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ วาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย คนใหม่ ซึ่งแน่นอนแล้วว่า จะมีผู้ชิงตำแหน่งกัน 2 คนคือ “เฮียฮง” นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมคนปัจจุบันที่ลุ้นตำแหน่งสมัยที่ 2 ติดต่อกันภายใต้การสนับสนุนของ “คิวทอง” นายศักดา รัตนสุบรรณ เจ้าของทีบีซี สนุกเกอร์ คลับ และอุปนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ส่วนอีกรายคือ “เอส” นายไชยพงศ์ กรวสุรมย์ อดีตผู้จัดการทีมชาติกีฬาบิลเลียดของไทยเจ้าของกิจการ S1 Signature Snooker Club ภายใต้การสนับสนุนของบรรดานักสนุกเกอร์ชื่อดังหลายคน

นายไชยพงศ์ เปิดเผยว่า มีความตั้งใจอย่างมากที่จะเสนอตัวลงแข่งขันเพื่อให้สโมสรสมาชิกเลือกเป็นนายกสมาคมในวันที่ 20 กรกฎาคม โดยการตัดสินใจของตนเองนั้น ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายที่ล้วนเกี่ยวข้องกับวงการสอยคิวประเทศไทยจำนวนหนึ่ง รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือด้วย บอกตรง ๆ คืออยากที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และวงการกีฬานี้จะต้องดีกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเท่าที่ทราบหลายอย่างของการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารชุดนี้ มีจุดบอกพร่องและผิดพลาดมากพอสมควร ตนจะเสนอตัวเพื่อที่จะให้สโมสรสมาชิกหรือกรรมการที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้พิจารณาความตั้งใจจริงของตนเองที่ผ่านมา พร้อมทั้งการเปรียบเทียบการดำเนินงานของชุดเก่า หากตนเองถูกเลือกเป็นนายกสมาคมจะตั้งใจทำหน้าที่และเคลียร์ทุกอย่างที่เป็นข้อปัญหา และข้อสงสัย ที่เกิดขึ้นในวงการทั้งหมด หากไม่ได้รับเลือกตนเองจะยังทำหน้าที่ส่วนอื่น ๆ ที่จะเป็นการสนับสนุนวงการกีฬาสอยคิวไทยเหมือนเดิม เหมือนที่ได้ทำมาตลอด

“ผมได้หารือกับท่านสินธุ พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดคนเก่าที่เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของคนในวงการนี้มาตลอด ท่านก็เป็นกำลังใจให้ผมลงแข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ และท่านเห็นตรงกับผมทุกอย่าง” เอสวันกล่าว

 

Advertisement

ด้าน “บิ๊กสิน” นายสินธุ พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ 16 สมัย กว่า 30 ปี และเมื่อ 4 ปีก่อนสนับสนุน “เฮียฮง” นายสุนทร จารุมนต์ ให้ทำหน้าที่นายกสมาคมต่อจากตัวเอง เปิดเผยว่า เคยได้หารือและบอกกับนายสุนทร เรื่องควรถอยออกจากตำแหน่งนี้ไปแล้วในฐานะพี่น้องที่ร่วมงานกันมา เพราะเป็นห่วงกระแสจากการทำงานด้านต่าง ๆ และห่วงผลที่จะตามมาจากงานบางสิ่งที่ทำไป

“เวลานี้อยากสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเข้ามาพัฒนา ด้วยความจริงใจโปร่งใสเพื่อวงการที่แท้จริง เพราะเท่าที่เห็นนั้น ผมห่วงใยมาก ผมคุยกับไชยพงศ์ตลอดและฝากไว้ที่เขา”