ชิงนายกสนุ้กไทย ‘เฮียฮง VS เอสวัน’ วุ่น! เตะถ่วงเช็กหนังสือมอบอำนาจเลื่อนไป 30 วัน
“บิ๊กฮง” นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมวิสามัญประจำปี 2565 โดยมีคณะกรรมการบริหารสมาคม 17 คนจากทั้งหมด 18 คน พร้อมด้วยตัวแทนสโมสรสมาชิก 13 สโมสรจากทั้งหมด 15 สโมสร เข้าร่วมการประชุม ที่ภัตตาคารโฮคิทเช่น พระราม 3 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งมีวาระสำคัญของการประชุมคือ การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ คนใหม่แทนนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระลง
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้เตรียมลงชิงตำแหน่ง 2 คนคือ “เฮียฮง” นายสุนทร จารุมนต์ ที่ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 1 วาระ 4 ปี ภายใต้การสนับสนุนของ “คิวทอง” นายศักดา รัตนสุบรรณ กับ “เอสวัน” นายไชยพงศ์ กรวสุรมย์ นักธุรกิจวงการสนุกเกอร์ และผู้จัดการทีมชาติไทยภายใต้การสนับสนุนของ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” นายวัฒนา ภู่โอบอ้อม นักสอยคิวชื่อดัง และนายสินธุ พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมหลายสมัย
ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานว่า บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยสื่อมวลชนจากทุกสำนักทั่วประเทศไทยที่มาร่วมทำข่าว พร้อมด้วยนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้สังเกตการณ์จากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่มาร่วมเกาะติดการประชุมการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ คนใหม่อย่างคับคั่ง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากตั้งแต่ทางเข้าประชุม
วาระแรกของการประชุมเป็นวาระแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมการประชุมด้วย รวมทั้งยังติดป้ายหน้าห้องประชุมว่า ห้ามถ่ายทอดสด (Live) ถ้าผู้ใดถ่ายทอดสด (Live) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสมาคม จะแจ้งความดำเนินคดี 1.เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาท หรือนำเข้าข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2.เผยแพร่เนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ก่อนเข้าสู่วาระการเลือกตั้ง จากนั้นได้มีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ดิษทัต ภูริปโชติ อุปนายก และเลขาธิการสมาคม ทำหน้าที่เป็นประธานการเลือกตั้ง แต่ได้มีสโมสรสมาชิกลุกขึ้นสอบถามว่า การประชุมครั้งนี้ระเบียบข้อบังคับไม่มีความชัดเจน ทำให้ พล.ต.ต.ดิษทัต ชี้แจงว่า ได้สอบถามกับทาง กกท. โดยตลอด และยืนยันได้ทำตามระเบียบข้อบังคับทุกขั้นตอน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีคู่แข่ง และไม่เหมือนในอดีตยุค นายสินธุ พูนศิริวงศ์ ทำให้มีผู้จับจ้องตั้งข้อสังเกตุ หลังจากนี้ในอนาคตหากได้ทำอย่างที่ต่อก็จะทำให้ระเบียบข้อบังคับถูกต้องชัดเจนแน่นอน
หลังจากนั้นที่ประชุมได้มีการแย้งว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมหมดวาระลงไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว ทำให้คณะกรรมการบริหารสมาคม 18 ท่านไม่มีสิทธิออกเสียง และได้มีการถกเถียงเรื่องจำนวนผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สามารถเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมได้ แต่จะต้องเป็นได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทน 2 ใน 3 ที่ได้รับการมอบอำนาจจากสโมสรสมาชิกให้เป็นตัวแทนมาทำหน้าที่โหวต ส่งผลทำให้มีจำนวนผู้มีสิทธิโหวตได้ 13 สโมสรจากทั้งหมด 15 สโมสร เนื่องจากราชกรีฑาสโมสร โปโล คลับ และสโมสรชมรมสนุกเกอร์ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ไม่มาร่วมประชุม และทาง กกท.ได้ตรวจสอบสมาชิกภาพของสโมสรที่มีสิทธิโหวต
แต่จากการตรวจมีบางสโมสรส่งหนังสือมอบอำนาจไม่ครบ และมีสโมสรส่งหนังสือมาครบเพียง 3 สโมสรเท่านั้น ซึ่งจากการหารือกับทาง กกท. ระบุว่า ให้มีการจัดการเรื่องเอกสารหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องครบถ้วนก่อน และให้มีการกำหนดวันในการจัดประชุมเลือกตั้งอีกครั้ง เนื่องจากหากตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจแล้วไม่ครบองค์ประชุมจะถือว่าการประชุมวันนี้ไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จะต้องขอการรับรองจากที่ประชุม ซึ่งปรากฎว่า ที่ประชุมยกมือรับรอง 10 จากทั้งหมด 15 เสียง จึงต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อนภายใน 30 วัน และจะมีการส่งหนังสือเชิญไปยังสโมสรสมาชิกต่อไป


