คนไทยโหวตอยากเห็นยกระดับกีฬาเยาวชนแห่งชาติสู่มาตรฐานสากล
จากการที่จังหวัดพัทลุงภายใต้การสนับสนุนของการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาเยาวชนแห่งชาติ (พัทลุงเกมส์) ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2565 นั้น เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองของแฟนกีฬาตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวกับมิติของการจัดการแข่งขันในมหกรรมกีฬาดังกล่าว KBUSPORTPOLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงได้สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “มหกรรมกีฬาเยาวชนแห่งชาติกับมิติการพัฒนาและความคาดหวัง ศึกษากรณีพัทลุงเกมส์”
สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2565โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นแฟนกีฬาและประชาชนทั่วประเทศจำนวน1,407คนโดยแบ่งเป็นเพศชายจำนวน 916 คน คิดเป็นร้อยละ 65.10 เพศหญิง จำนวน 491 คน คิดเป็นร้อยละ 34.90 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า
ความคาดหวังที่มีต่อการพัฒนา และยกระดับการจัดการแข่งขัน อันดับ 1 ร้อยละ 96.00 ยกระดับการจัดการแข่งขันสู่มาตรฐานสากล อันดับ 2 ร้อยละ 94.88 พัฒนาและต่อยอดนักกีฬาดาวรุ่งสู่ทีมชาติ อันดับ 3 ร้อยละ 91.04 ยกระดับมาตรฐานด้านความพร้อมของสถานที่สนามและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง อันดับ 4 ร้อยละ 87.02ใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า อันดับ 5 ร้อยละ 85.60 กำหนดหรือบูรณาการชนิดกีฬาให้สอดคล้องกับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ อันดับ 6 ร้อยละ 83.28 นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาประยุกต์ใช้ในการจัดการแข่งขัน อันดับ 7 ร้อยละ 79.08 สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อันดับ 8 ร้อยละ 76.00 สื่อสาร และประชาสัมพันธ์เผยแพร่สาธารณชนอย่างทั่วถึง อันดับ 9 ร้อยละ 74.88 ผู้รับผิดชอบของจังหวัดเจ้าภาพเข้าใจเข้าถึงในบริบทสำหรับการจัดการแข่งขัน อันดับ 10 ร้อยละ 73.01 สร้างการมีส่วนร่วมในการชมและเชียร์
ความคาดหวังและประโยชน์จากการจัดการแข่งขัน อันดับ 1ร้อยละ 89.05 สร้างแรงจูงใจในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายของประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 86.06 สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่และชุมชน อันดับ 3 ร้อยละ 85.00 สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเจ้าภาพ อันดับ 4 ร้อยละ 83.96 สร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐ/เอกชนและภาคประชาชน อันดับ 5 ร้อยละ 81.28 เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวและศิลปะวัฒนธรรม

