นายเบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการคลับไลเซนซิ่ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังจากที่ได้ประชุมกับตัวแทนจากสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ และกลุ่มทุนจากสมุทรสาคร เอฟซี เรื่องของกฎระเบียบการออกใบอนุญาตคลับไลเซนซิ่ง ซึ่งสมาคมฯ ได้ออกคลับไลเซนซิ่งให้กับสโมสรตามที่ได้ส่งหลักฐานมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในระเบียบข้อ 7.2 ระบุว่าสโมสรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชื่อ, สี, โลโก้, ผู้ถือหุ้น จะต้องถือใบอนุญาต 2 ปีขึ้นไปจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากระยะเวลาการพิจารณาออกคลับไลเซนซิ่งได้หมดไปแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนต้องยื่นเรื่องใหม่กับทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) เป็นผู้อนุญาต
“ในระเบียบหัวข้อ 7.2 ของเอเอฟซี ระบุว่า สโมสรที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ, สี, โลโก้, ผู้ถือหุ้น เราไม่อนุญาตให้สมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำในเรื่องนี้ ซึ่งทีมที่ได้ใบอนุญาตคลับ ไลเซนซิงไปแล้ว เราจะอนุญาตถึงเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อถือใบอนุญาตนานกว่า 2 ปีขึ้นไป” เบนจามิน ตัน กล่าวเริ่ม
“สาเหตุเป็นเพราะทุกสโมสรต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และทุกทีมต้องใช้ชื่อตามเอกสารที่ส่งในคลับ ไลเซนซิง ซึ่งในเคสนี้ ทางสมาคมฯได้ออกคลับไลเซนซิงให้กับซุปเปอร์พาวเวอร์ ตามหลักฐานที่ส่งมาก่อนหน้านี้ และระยะเวลาการพิจารณาออก คลับไลเซนซิงได้หมดเขตไปแล้ว”
“แต่ถ้าพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องให้ทางเอเอฟซี ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาต โดยสโมสรก็ต้องมีเหตุผลเพียงพอว่าทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็จะส่งเหตุผลเหล่านี้ไปให้เอเอฟซีเพื่อขออนุญาต”
“นั่นแปลว่าชื่อสโมสร, โลโก้ สีประจำทีม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ สนามสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคุณต้องการใช้สนามที่ดีกว่าเดิม และทำให้มีแฟนบอลเยอะขึ้น หรือ มีการตลาดที่ดีขึ้น เราก็พร้อมสนับสนุน แต่โครงสร้างหลักไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาในเรื่องของ คลับ ไลเซนซิง ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป หลักฐานทั้งหมดทางสมาคมฯได้ส่งให้เอเอฟซีไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา”
“ฤดูกาลหน้าจะยังต้องมีชื่อของซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการลงเล่นต่อไป สาเหตุหลักที่ทางเอเอฟซี ออกกฏนี้ก็เพื่อป้องกัน การใช้ทางลัดของสโมสรที่ต้องการก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด อย่างเช่นในเคสนี้ที่มันเหมือนกับสมุทรสาครได้กระโดดจากดิวิชั่น 2 ไปเล่นในลีกสูงสุดเป็นต้น มันไม่ยุติธรรม อีกสาเหตุก็คือหากมีบางทีมไม่ได้รับ คลับ ไลเซนซิง ก็พยายามซื้อคลับ ไลเซนซิงจากสโมสรอื่น แต่กลับเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ไม่ได้ระบุไว้ตามคลับ ไลเซนซิงเป็นต้น”

