‘บิ๊กอ๊อด’ หยั่งเชิงใช้ชุดเด็กลุยชิงแชมป์อาเซียน ชี้ถ้าไม่พัฒนาโดนแซงแน่นอน
หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการกำหนดนโยบายใช้นักเตะที่เกิดในปี ค.ศ.2001 (อายุ 22 ปี) ลงแข่งขันรายการที่กำหนดผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์ ปี 2023 เพื่อเตรียมพร้อมสู่โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั้น
“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า การกำหนดนโยบายเช่นนี้เพราะถ้าไปใช้เด็กอายุ 23 ปี กับโควต้าอายุเกิน เมื่อถึงปีโอลิมปิกเกมส์นักเตะเหล่านี้จะอายุเกินไม่สามารถแข่งขันได้ ทำให้โอกาสของเด็กที่เกิดปี ค.ศ.2021 ลดลงไป ฉะนั้น ถ้าจะสร้างเด็กชุดนี้ให้แข็งแกร่ง ก็ต้องส่งเด็กเหล่านี้ไปแข่งขันสะสมประสบการณ์ก่อน
พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ถ้าหากมัวแต่คิดว่าซีเกมส์ต้องชนะ หรือรายการอาเซียนต้องชนะ เมื่อถึงเวลารายการสำคัญนักเตะจะไม่มีประสบการณ์ ดังนั้น ต้องคิดใหม่ทำใหม่ สร้างทีมขึ้นมา ดูอย่างมาเลเซีย, อินโดนีเซีย หรือลาว ตอนนี้สร้างเด็กขึ้นมาดีมาก ถ้าหากไทยมัวแต่เสพติดความสำเร็จ จะโดนชาติอื่นๆ แซงแน่นอน
“ดูฟุตบอลหญิงตอนนี้เราถ่ายเลือดกันอย่างชัดเจน ผมชอบแนวทางของมิโยะ โอกาโมโตะ มากๆ นอกจากนี้ ตัวโค้ชยังมีระเบียบวินัยแบบสุดสุด” บิ๊กอ๊อดกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แนวทางการใช้เยาวชนจะส่งผลถึงฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริก คัพ” ด้วยหรือไม่นั้น ประมุขลูกหนังไทย กล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่ต้องให้แฟนบอลยอมรับเรื่องนี้ก่อน อย่างตอนที่ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่อยากแข่งรายการอาเซียนแล้วคนสนับสนุนแนวคิดนี้กันก็จริง แต่พอถึงเวลาแข่งขันต่างคนก็ต้องการชัยชนะทั้งสิ้น
“การก้าวข้ามอาเซียนในความหมายของผม ไม่ใช่ว่าต้องเป็นหนึ่งในอาเซียน แต่แค่ลดความสำคัญลง ใช้เป็นเวทีในการพัฒนานักเตะแทน รายการที่ไม่ใช่ฟีฟ่ารับรองก็ควรจะลดความสำคัญมันลงไป” บิ๊กอ๊อดกล่าว

