‘ก้องศักด’ กำชับคุมเข้มยอดโควิดทัพพาราเกมส์ ยันดูแลนักกีฬาติดเชื้อเต็มที่

1.08.22 | 10:30 น.

‘ก้องศักด’ กำชับคุมเข้มยอดโควิดทัพพาราเกมส์ ยันดูแลนักกีฬาติดเชื้อเต็มที่

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ตอนนี้มีความเป็นห่วงเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 ของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 11 “โซโล 2022” ที่เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรวมกันแล้วตอนนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 18 คน แยกเป็นนักกีฬา 8 คน ส่วนที่เหลือก็เป็นเจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาต่างๆ โดยได้มีการกำชับถึงมาตรการต่างๆ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่รับผิดชอบระมัดระวังตัวกันอย่างขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อกันมากขึ้น

ดร.ก้องศักด กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเราก็ต้องยอมรับ ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออยู่ 2 กลุ่มคือ กลุ่มนักกีฬา เจ้าหน้าที่ติดเชื้อจากประเทศไทย และเป็นระยะเพาะเชื้อก่อนมาแสดงอาการที่อินโดนีเซีย อีกกลุ่มเป็นการติดเชื้อจากที่อินโดนีเซียเอง โดยสิ่งที่ได้ดำเนินการคือ แยกนักกีฬาที่ติดเชื้อออกมา และมีขั้นตอนคัดแยกกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับนักกีฬาประเภทบุคคลยังไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร แต่ในประเภททีมเราค่อนข้างกังวล เพราะหากมีการติดเชื้อในกลุ่มนักกีฬาที่เป็นประเททีมก็จะมีความยุ่งยากในเรื่องการส่งแข่งขัน

“เท่าที่ได้ดูข้อมูลตอนนี้นักกีฬาที่ติดเชื้อจะเป็นประเภทบุคคลมากกว่า เพราะฉะนั้นการส่งผลกระทบต่างๆ ก็ยังไม่มากนัก และยังอยู่ในขั้นที่เราสามารถที่จะบริหารจัดการได้ ถ้าหากดูจำนวนนักกีฬา 300 กว่าคนที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน และเจ้าหน้าที่อีก 100 กว่าคน เมื่อเทียบอัตราส่วนตอนนี้ก็ยังไม่ถึงว่าเยอะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เลย และก็อยากที่จะกดตัวเลขให้ต่ำอยู่เช่นนี้ วันนี้เราเองก็พยายามที่จะดูแลนักกีฬาให้ดีที่สุด และก็ทราบว่านักกีฬาส่วนใหญที่ติดเชื้อไม่มีอาการรุนแรง แต่ก็เสียดายโอกาสที่ไม่สามารถลงแข่งขันได้ ซึ่งก็ต้องแสดงความเสียใจจริงๆ ว่าตั้งใจฝึกซ้อมมาอย่างหนัก แต่ไม่ได้ลงแข่งขัน ซึ่งเราเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท.กล่าวอีกว่า สำหรับนักกีฬาบางคนที่ติดเชื้อ และหายป่วยฟื้นตัวเร็วก็กำลังเช็กกันอยู่ว่า ยังพอมีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะกลับมาแข่งขันได้หรือไม่ ซึ่งเราก็ได้นำยาฟาวิพิราเวียร์มาให้กับนักกีฬาเหล่านี้ด้วย เพื่อรักษาอาการ หากไม่เพียงพอก็จะนำเข้ามาอีก แต่ตอนนี้ในเบื้องต้นยาที่นำเข้ามาเพียงพอต่อความต้องการของทุกคนที่จะได้รับยาโดยประเมินตามอาการ ส่วนที่มีอาการหนัก 1 คน ซึ่งไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องกังวลมากนัก แต่ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล นอกนั้นสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้