หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สมาคมลูกหนังพ...

สมาคมลูกหนังพร้อมหนุนซุปเปอร์พาวเวอร์ย้ายรัง-บิ๊กบอสย้ำเปล่าขายทีมแจงย้ายสนามเพื่อเพิ่มฐานแฟนบอล

5.11.16 | 15:28 น.
นายสุรศักดิ์ ณ นคร ประธานสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ห้าม “เดอะพาวเวอร์”ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสรเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อทีม, สี, โลโก้ หรือ ผู้ถือหุ้น นั้น

 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการตีความดังนี้ว่า ตามประกาศของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ได้ระบุถึงกฏระเบียบของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ข้อ 7.2 ซึ่ง สโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วจะต้องคงสถานะเป็นเวลาสองปี หมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร

 
ในกรณีของสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกใบอนุญาตให้แล้วตามโครงสร้างที่สโมสรส่งมา ดังนั้นจึงถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะดำเนินการได้เพราะหมดระยะเวลาการพิจารณาคลับไลเซนซิงของประเทศไทยแล้ว และทางสมาคมกับตัวแทนของสโมสรได้มีการประชุมหารือชี้แจงถึงเหตุผล รวมทั้งการหาทางออกร่วมกันไปเป็นที่เรียบร้อย

 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่า สโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ จะหมดสิทธิ์เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมเนื่องจากในผลการประชุมร่วมกันของสมาคมและตัวแทนสโมสรได้ระบุไว้แล้วว่าหากสโมสรต้องการเปลี่ยนแปลงก็สามารถส่งคำชี้แจงเหตุผลต่างๆ มายังสมาคม ซึ่งสมาคมยินดีที่จะประสานต่อไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อให้พิจารณาตามคำร้องขอของสโมสรอย่างเต็มที่ และถือเป็นหนทางสุดท้ายที่จะสามารถดำเนินการได้

 
ด้านนายสุรศักดิ์ ณ นคร ประธานสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ กล่าวว่าการที่มีกลุ่มทุนจากสมุทรสาครเข้ามาร่วมถือหุ้นของบริษัทนั้นไม่ได้ถือเป็นการขายทีมหรือเทคโอเวอร์ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ เพียงแต่สโมสรเปิดรับผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสภาพคล่องที่ดีขึ้น นอกจากนี้กลุ่มนักเตะของทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบยกทีม การที่มีผู้เล่นบางคนย้ายทีมออกไปเนื่องจากสโมสรได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ รวมถึงเป็นความต้องการของนักเตะที่ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนผู้เล่นตามปกติ ยกตัวอย่างบางสโมสรเคยปล่อยนักเตะทีเดียวเป็น 10 คนยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสรเพราะนี่คือวิถีของฟุตบอลอาชีพที่จำเป็นต้องการถ่ายเลือดใหม่อยู่เสมอ

Advertisement

 
“อย่างที่สมาคมได้ชี้แจงแล้วว่าได้ออกใบอนุญาตให้กับสโมสรเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสโมสรไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพื่อเล่นไทยลีกใหม่อีกครั้ง ส่วนเรื่องที่เราจะย้ายสนามจากเคหะบางพลีไปยังสมุทรสาครนั้นเพื่อเป็นสร้างฐานแฟนบอลเพิ่มขึ้นเนื่องจากสนามแห่งใหม่สามารถรองรับแฟนคลับได้มากกว่าเดิม อีกทั้งสัญญาการใช้สนามที่เคหะบางพลีนั้นสโมสรได้ทำกับนายพูลผล อัศวเหม แต่เนื่องจากคุณพูลผลได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ทำให้สัญญาดังกล่าวต้องจบลงและสโมสรต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแล ปรับปรุง ซ่อมแซม สนามเคหะบางพลีมาโดยตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม การย้ายสนามนอกจากจะเป็นการเพิ่มฐานแฟนบอลแล้วยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของสโมสรได้อย่างมาก เรื่องนี้ผมคิดว่าสมาคมฟุตบอลคงเข้าใจความลำบากของสโมสรสมาชิก”

 
“ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อ โลโก้ เราพร้อมยอมรับฟังความเห็นของสโมสรซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องชุดแข่งเราจำเป็นต้องออกแบบใหม่สำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง และกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการออกแบบ ซึ่งผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมแต่อย่างใด ท้ายที่สุดผมอยากเรียนให้ทุกคนทราบว่าการที่สโมสรอาจจะมีผู้ถือหุ้นเพิ่มนั้นไม่ได้เป็นการขายทีมหรือเทคโอเวอร์สโมสร เช่นเดียวกับการย้ายสนามนั้นเป็นเพราะสโมสรมีความจำเป็นอย่างที่ได้เรียนให้ทราบข้างต้นแล้ว ขณะที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าสมุทรสาคร เอฟซี เหมือนกระโดดจากดิวิชั่น 2 มาเล่นไทยลีกเลยนั้นไม่เป็นความจริงเพราะสมุทรสาครยังเล่นดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายสนามของเราในครั้งนี้แน่นอน” นายใหญ่เดอะพาวเวอร์ กล่าว