ดีเดย์ 19 ส.ค.นี้ ชี้ชะตานายกสอยคิวคนใหม่ ‘บิ๊กฮง-เอสวัน’ ประชันนโยบาย

16.08.22 | 17:58 น.

ดีเดย์ 19 ส.ค.นี้ ชี้ชะตานายกสอยคิวคนใหม่ ‘บิ๊กฮง-เอสวัน’ ประชันนโยบาย

หลังจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ของ สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ซึ่งวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกสมาคม ที่หมดวาระลง แต่ด้วยเหตุที่กรรมการบริหารสมาคม ซึ่งดูแลเรื่องกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ขาดความแม่นยำในการแจ้งสโมสรสมาชิก เรื่องการทำหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนมีสิทธิในการลงคะแนน ทำให้ตัวแทนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะสักขีพยานแจ้งที่ประชุมทราบถึงความไม่พร้อม และส่งผลให้การประชุมจะไม่มีผล จึงเสนอเลื่อนการประชุมออกไปไม่เกิน 30 วัน และได้กำหนดลงตัวในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ เวลา 14.00 น. ที่ภัตตาคารโฮคิทเช่น พระราม 3 กรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ถ้าเปรียบกับสนามการเมืองใหญ่ก็เหมือนการเดินสายหาเสียงกับ 15 สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิโหวตเลือกตั้งนายกสอยคิวไทย โดยทาง “บิ๊กฮง” นายสุนทร จารุมนต์ รักษาการนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาในการทำงานของตนเองได้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ จนเป็นที่พอใจกับสโมสรสมาชิก โดยมีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันระดับชาติ ประชาชน เยาวชน และยุวชน รวม 13 รายการต่อปี ที่ทำให้นักกีฬามีรายได้จากเงินรางวัล และเวทีสะสมประสบการณ์จากการแข่งขันเป็นที่พอใจกับนักกีฬา และสโมสรสมาชิก รวมถึงระบบการจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

ส่วนการเลือกตั้งที่กำลังมาถึงในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ “บิ๊กฮง” ระบุว่า หากยังได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิกให้กลับมาบริหารงานสมาคมอีกครั้ง พร้อมเปิดกว้างรับฟังในทุกๆ ปัญหาจากสโมสรสมาชิก และตนเองมีแนวคิดเปิดกว้างรับสมาชิกเพิ่มขึ้น และยกระดับการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้นต่อไป สุดท้ายนี้ย้ำความมั่นใจส่วนตัวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ สโมสรสมาชิกที่มีสิทธิโหวตลงคะแนนทุกคนมีศักดิ์ศรีของตนเอง ที่ไม่สามารถใช้เงินมาซื้อไม่ได้

ขณะที่ทางฝั่งของผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกสอยคิวไทยอย่าง “เอสวัน” นายไชยพงศ์ กรวสุรมย์ ผู้จัดการทีมสนุกเกอร์ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งอาสานำความเปลี่ยนแปลงมาสู่วงการสอยคิวไทย ด้วยนโยบายบูรณาการให้สมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ให้เป็นสมาคมต้นแบบสร้างการมีส่วนร่วมของกรรมการบริหารอย่างมีระบบ โปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ รวมถึงเปิดรับสมาชิกสามัญเพิ่มขึ้น และแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องหลักธรรมาภิบาลมากที่สุด

Advertisement

“เอสวัน” ยังได้ย้ำถึงการเพิ่มการแข่งขันสอยคิวให้มากขึ้นในทุกระดับ ครอบคลุม และชัดเจน มีโควต้าสำหรับแชมป์แต่ละรายการที่จะได้สิทธิแข่งขันระดับชาติ และระดับโลก เน้นการจัดการแข่งขันรูปแบบ “สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์” ซึ่งจะสร้างความบันเทิงรอบด้านให้กับผู้ชมนอกเหนือจากผลการแข่งขัน เพิ่มสนามแข่งขัน และศูนย์เก็บตัวทีมชาติ และเยาวชน เพื่อความเป็นเลิศอย่างเหมาะสม พัฒนาศูนย์ฝึกระดับภูมิภาค และโรงเรียน เพื่อก้าวสู่การนำสนุกเกอร์ออกจาก พรบ.การพนัน ที่สำคัญคือ การจัดทำกองทุนสวัสดิการ หรือประกันสังคมให้กรรมการ และนักกีฬาเพื่อความมั่นคง

ทั้งหมดเป็นนโยบายที่ทั้ง “บิ๊กฮง”นายสุนทร จารุมนต์ และ “เอสวัน” นายไชยพงศ์ กรวสุรมย์ ต่างมั่นใจว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับวงการสอยคิว หากได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิกให้เข้ามาทำงาน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจจาก 15 สโมสรสมาชิก ที่มีสิทธิโหวตว่านโยบายของว่าที่นายกสอยคิวคนใดเป็นรูปธรรม จับต้องได้ และสร้างสรรประโยชน์ต่อชาวสอยคิวมากว่า ชัดเจนกว่ากัน 19 สิงหาคมนี้ คงได้รู้กัน…