‘วรุณ’ ฝ่าสายฝนวันสุดท้าย แซงคว้าแชมป์สะวิงอาชีพ สิงห์ เชียงใหม่ ที่แม่โจ้
วรุณ เอี่ยมแก้ว นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากพิษณุโลก เล่นท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอดการแข่งขัน กด 7 เบอร์ดี้แบบไม่มีโบกี้ก่อนจบรอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสี่วัน 19 อันเดอร์พาร์ 265 แซง ฉ่างไท้ สุดโสม 2 สโตรก คว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์รายการแรกในชีวิต ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการสิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น 2022 ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาทและคะแนนสะสมอันดับโลก ณ สนามแม่โจ้ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยะ 6,612 หลา พาร์ 71 จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม
การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2022 จัดแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการสนับสนุนโดย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รวมถึงสปอนเซอร์ของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ร่วมกันจัดแข่งขันรายการ “สิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น 2022” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม ที่สนามแม่โจ้ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยะ 6,612 หลา พาร์ 71 จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาท พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลก โดยรายการนี้จะเป็นรายการสุดท้ายของซีรีส์ โรด ทู ไทยแลนด์ โอเพ่น เพื่อสะสมคะแนนเข้าร่วมการแข่งขัน ไทยแลนด์ โอเพ่น 2022
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน ที่ต้องเล่นกันท่ามกลางสายฝนตกมาตลอดทั้งวัน โดย วรุณ เอี่ยมแก้ว หนุ่มวัย 27 ปีจากพิษณุโลก ซึ่งออกสตาร์ตด้วยการตามหลังผู้นำอยู่ 3 สโตรกกลับเล่นได้อย่างแน่นอนด้วยการเก็บเข้ามาถึง 7 เบอร์ดี้ ซึ่งรวมถึงการทำห้าเบอร์ดี้ติดต่อกันตั้งแต่หลุม 6 ที่ส่งให้เขาขึ้นนำบนลีดเดอร์บอร์ด และไม่ลงมาตลอดทั้งวันก่อนจบรอบสุดท้ายเข้ามาแบบไม่มีโบกี้ 7 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสี่วันแซงคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์รายการแรกในชีวิตด้วยสกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 265 รับเงินรางวัลไปครอง 450,000 บาท

วรุณ เอี่ยมแก้ว ซึ่งเป็นนักกอล์ฟคนที่สามต่อจาก อติรุจ วินัยเจริญชัย และวิชยานนท์ โชติหิรัญรุ่งเรือง ที่มาคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์รายการแรกในฤดูกาลนี้ เปิดเผยหลังรับถ้วยรางวัลจากนายจักรพงศ์ ทองใหญ่ คอมมิชชั่นเนอร์ของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์และผู้แทนจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ว่า “ดีใจมากๆ เลยครับ พยายามมาเต็มที่ครับ ต้อวขอขอบคุณครอบครัวก่อนเลยครับ และที่ขาดไม่ได้คือโปรชูชีพ โปรชัพชัย นิราช ที่คอยฝึกสอนผมมาครับ ไม่ได้สองคนนี้ผมก็คงมาไม่สามารถเดินมาถึงตรงนี้ได้ครับ”
“เกมโดยรวมวันนี้ก็ถือว่าโอเคครับ เล่นได้ตามแผน พยายามเซฟสกอร์และที่สำคัญคือเล่นตามจังหวะของตัวเอง ช่วงแรกออกไปพัตต์ไม่ค่อยลง แต่ก็พยายามรักษาจังหวะ กระทั่งที่หลุม 4 พาร์ 5 พัตต์เบอร์ดี้สองคันธงลงไปทำให้มีความมั่นใจเรื่องพัตต์มากขึ้น จากนั้นก็เล่นเกมเดิมครับ เน้นแฟร์เวย์ เน้นกรีน มีโอกาสก็ทำ บวกกับคนนำเขาพลาดด้วย ซึ่งผลงานที่ออกมาดีมากเลยครับ เกินคาดครับ”
ด้าน ฉ่างไท้ สุดโสม หนุ่มชลบุรีซึ่งเริ่มเล่นรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำไปสะดุดเสียสองโบกี้ติดต่อกันที่หลุม 4 และ 5 ทำให้หล่นจากตำแหน่งผู้นำและไม่สามารถขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของลีดเดอร์บอร์ดได้อีกเลย แต่จากสี่เบอร์ดี้ที่ทำได้ในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายทำให้นักกอล์ฟวัย 28 ปีจากชลบุรีจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วันจบอันดับสองด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 267 เฉือน เอกปริษฐ์ หวู่ ที่ทำเข้ามาอีก 7 อันเดอร์พาร์ 64 เพียงสโตรกเดียวเท่านั้น
ส่วน สหัสวรรษ อริยฉัตรเวคิน นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 22 ปีจากกรุงเทพฯ มาร้อนแรงในรอบสุดท้ายด้วยการเก็บเข้ามาถึง 6 เบอร์ดี้ก่อนกลับขึ้นคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสี่วัน 7 อันเดอร์พาร์ 277 จบการแข่งขันในอันดับสิบสองร่วมแต่เป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการนี้ คว้ารางวัลศุภพร มาพึ่งพงศ์ ไปครองสำเร็จ


