‘อัยยวัฒน์’ เปิดตัวสินค้าคอลเลกชั่น THAI SONG DUM ของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ – พาทัวร์สนามซ้อม ‘ซีเกรฟ’ ท็อปเท็นยุโรป

11.09.22 | 00:38 น.

‘อัยยวัฒน์’ เปิดตัวสินค้าคอลเลกชั่น THAI SONG DUM ของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ – พาทัวร์สนามซ้อม ‘ซีเกรฟ’ ท็อปเท็นยุโรป

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามฝึกซ้อม สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ แห่งใหม่ ชื่อ “ซีเกรฟ” เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร บริษัทคิง เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) ได้นำสื่อมวลชนจากประเทศไทยเดินทางเข้าชม โดยมี นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สนามฝึกซ้อมได้นำสื่อมวลชนเข้าชมสนามฝึก ซึ่งเพิ่งก่อสร้างเสร็จ ถือเป็นสนามฝึกที่มีขนาดใหญ่ และเป็น 1 ใน 10 สนามฝึกที่ดีที่สุดในยุโรป โดยสนามฝึกดังกล่าว ประกอบด้วย อาคารวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นศูนย์กลางของศูนย์ฝึกซ้อม อาคารคิงเพาเวอร์ เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์ที่มีสถาปัตยกรรมรูปโดม พร้อมสนามหญ้าเทียมในอาคาร สนามแข่ง 1 สนาม สนามฝึกซ้อม 21 สนาม สนามกอล์ฟส่วนตัว 9 หลุม ระบบวิทยาศาสตร์การกีฬา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ศูนย์ฟิตเนส และระบบวารีบำบัดฟื้นฟูร่างกาย พร้อมทั้ง สปอร์ต เทิร์ฟ อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัย และศูนย์การเรียนรู้ เพื่อศึกษา และพัฒนานวัตกรรม การจัดการสนามหญ้าสำหรับการแข่งขัน

Advertisement

ต่อมา นายอัยยวัฒน์ ประธานเปิดตัวสินค้าที่เป็นของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2022 LCFC x Community Power ภายใต้ชื่อคอลเลกชั่น THAI SONG DUM โดย นายอัยยวัฒน์ กล่าวว่า คิง เพาเวอร์ บริษัทของคนไทยมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย โดยส่งเสริม และสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ SPORT POWER (ด้านกีฬา) MUSIC POWER (ด้านดนตรี) และ COMMUNITY POWER (ด้านชุมชน) นำไปสู่การดำเนินโครงการ เพื่อสังคมตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ประเทศชาติ ไปจนถึงระดับสากล

สำหรับการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมในด้าน Community Power ที่เห็นความสำคัญของสินค้าไทย และต้องการที่จะสนับสนุนความสามารถของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์กับชาวต่างชาติ ตลอดจนสืบสานวิถีชีวิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านในภูมิภาคต่างๆ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า LCFC x COMMUNITY POWER ภายใต้ชื่อคอลเลกชั่น “THAISONGDUM” (ไทยทรงดำ) เป็นการพัฒนาสินค้าระหว่างบริษัท MULTIPLY BY EIGHT ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านออกแบบชั้นนำ ในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ ชาวบ้านชุมชนไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว จ.สุพรรณบุรี เป็นระยะเวลาร่วมปีกว่า โดยทีมคิง เพาเวอร์ และ LCFC ได้ลงพื้นที่เข้าไปศึกษาเรียนรู้รายละเอียดต่างๆ กับชุมชน เพื่อประยุกต์ให้เข้ากับสินค้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างลงตัว ต่อยอดพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ และเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก มีทั้งเสื้อกีฬา และไอเท็มต่างๆ ที่มาในโทนสีเอกลักษณ์ของคิง เพาเวอร์ และ LCFC นั่นคือ สีคราม สีน้ำเงิน และสีดำ โดยมีลายหน้าจิ้งจอก และโลโก้สโมสร อันเป็นซิกเนเจอร์ของ LCFC มาปรากฎด้วย เนื้อผ้าละเอียด นุ่ม สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อับชื้น ดูนำสมัย และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สินค้าที่เปิดตัวครั้งนี้มี 7 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืดปักมือ, เสื้อยืดย้อมฮ่อม รุ่น Limited Edition, แจ็กเก็ตสไตล์มินิมอล รุ่น Limited Edition เพียง 200 ตัวในโลก, กระเป๋าคาดเอว, หมวกแก๊ปผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม,พวงกุญแจนำโชค และลูกบอลผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม

ด้าน นางขวัญยืน ทองดอนจุย ประธานกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำบ้านดอนมะนาว กล่าวว่า ผ้าทอของชาวชุมชนไทยทรงดำ หรือลาวโซ่ง ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สืบสานองค์ความรู้มาจากบรรพบุรุษชาวเมืองแถงเคียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศไทยในสมัยธนบุรี รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พอมาสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนหนึ่งอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดอื่นๆ อาทิ ราชบุรี นครปฐม นครสวรรค์ พิจิตร สุโขทัย สุพรรณบุรี เป็นต้น โดยชาวไทยทรงดำใน จ. สุพรรณบุรี ได้ย้ายมาอาศัยที่บ้านดอนมะนาวเมื่อราวปี พ.ศ.2443

“วันนี้ก็มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว และยังคงนำภูมิปัญญาด้านทอผ้า ย้อมผ้า มาใช้ เพื่อทำเครื่องแต่งกายให้คนในครอบครัวตามเอกลักษณ์ของชนเผ่าจวบจนปัจจุบัน ในฐานะตัวแทนของชาวชุมชนไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว สมาชิกในกลุ่มและเครือข่าย รู้สึกปลื้มใจ และภาคภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงฝีมือ และภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวไทยทรงดำในคอลเลกชั่นนี้ของคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย จนได้ส่งออกไปจำหน่ายในระดับโลก ชาวบ้านดอนมะนาวทุกคนตั้งใจทำงานนี้อย่างสุดฝีมือ ใส่ใจ และความรักไปในผลงานทุกชิ้น เพื่อให้ลวดลายไทยบนทุกชิ้นงาน ได้สะท้อนและเผยแพร่ความงดงามของงานฝีมือไทยทรงดำไปให้คนทั่วโลกได้ประจักษ์”

นางขวัญยืนกล่าวอีกว่า ผ้าทอดอนมะนาว เป็นผ้าทอมือจากฝ้ายแท้ ทอด้วยกี่พุ่งแบบโบราณ หรือกี่กระตุก ย้อมด้วยสีธรรมชาติ มีสีพื้นเป็นสีดำ หรือสีคราม (ย้อมเย็น) และเปลือกไม้ต่างๆ หรือย้อมนิล (ย้อมร้อน) ซึ่งเป็นกระบวนการย้อมธรรมชาติ เหตุที่ผ้าของชาวไทยทรงดำต้องเป็นสีดำหรือสีคราม เนื่องจากชาวไทยทรงดำส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ และผ้าคลุมไหล่ ส่วนใหญ่จะมีสีดำเป็นสีพื้น เพื่อสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกร

นายอัยยวัฒน์กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “เราอยากเป็นมากกว่าคู่ค้า แต่เป็นคู่คิด ที่ร่วมทำงานกับชุมชน และพันธมิตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างให้ชุมชนเติบโตอย่างเข้มแข็ง และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายปีที่ผ่านมา โครงการคิง เพาเวอร์ ไทยเพาเวอร์ พลังคนไทย ได้เคยนำเสนอสินค้าจากหลากหลายภาค ทั้ง บ้านนาขาม จ. สกลนคร (ภาคอีสาน), ชุมชนทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน และ กลุ่มทอผ้าตีนจกไทย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) และ ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช (ภาคใต้) และล่าสุดในปีนี้ กับ LCFC x Community Power คอลเลกชั่น THAI SONG DUM (ไทยทรงดำ) ที่สะท้อนเรื่องราว และปรัชญาการดำรงชีวิตของชุมชนไทยทรงดำในภาคกลาง