หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ หลายชาติหนุนไ...

หลายชาติหนุนไทยเจ้าภาพจักรยานถนนชิงแชมป์โลก

22.09.22 | 16:09 น.

หลายชาติหนุนไทยเจ้าภาพจักรยานถนนชิงแชมป์โลก

 

 

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า จากการที่ตนเองได้เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญของ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) หรือ “ยูซีไอ คองเกรส” ครั้งที่ 191 ที่เมืองวูลองกอง ประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 22 กันยายน ซึ่งการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ทั้งในฐานะผู้แทนสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ และในฐานะที่ได้รับเกียรติจากสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (เอซีซี) ให้เป็นผู้แทนลงคะแนนเสียง หรือ Voting Delegate  1 ใน 9 ผู้แทนจากทวีปเอเชีย

พล.อ.เดชากล่าวว่า ที่ประชุมมีมติที่น่าสนใจก็คือการรับรองสหพันธ์จักรยานแห่งภูฏาน เป็นสมาชิกใหม่ของ เอซีซี และสหพันธ์จักรยานโซโลมอนไอส์แลนด์ จากโซนโอเชียเนีย เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 201 และ 202 ของ ยูซีไอ ในขณะที่มีมติถอดถอนสมาชิกภาพเม็กซิโกชั่วคราวตามข้อเสนอของคณะกรรมการบริหา รเนื่องจากการบริหารของสหพันธ์จักรยานเม็กซิโกไม่สอดคล้องกับธรรมนูญของยูซีไอ ส่วนการพิจารณาคืนสถานภาพก็ต่อเมื่อสามารถดำเนินการตามเงื่อนไขและธรรมนูญของยูซีไอ

“เสธ.หมึก” กล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งก็คือการนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์ฝึกจักรยานโลก หรือ WCC ในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่ง “เอ้” โกเมธ สุขประเสริฐ นักปั่นบีเอ็มเอ็กซ์ทีมชาติไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ในนักกีฬาของศูนย์ฝึกฯ ที่มีผลงานยอดเยี่ยม สามารถคว้าแชมป์เอเชียในการแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สิ่งนี้เป็นผลพวงจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ

Advertisement

นายกสองล้อไทย เกล่าวต่อไปว่า ผลการประชุมประเด็นอื่นที่น่าสนใจก็คือแนวทางการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศของกีฬาจักรยาน ซึ่งในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะใช้ระบบความเท่าเทียมกันทั้งรายการแข่งขันและจำนวนนักกีฬาชายหญิง รวมไปถึงการพัฒนาความเท่าเทียมในประเภทอื่น ๆ ของจักรยาน และสัดส่วนเรื่องการบริหารงานทั้งของยูซีไอ และชาติสมาชิกยูซีไอทั่วโลก

“ขณะเดียวกัน ยูซีไอ ก็มีการประกาศเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลกประเภทต่าง ๆ ไปจนถึงปี 2028 โดยอีเวนต์หลัก ๆ คือจักรยานประเภทลู่เยาวชนชิงแชมป์โลกปี 2024 ที่ประเทศจีน และปี 2025 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์, การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ประชาชนชิงแชมป์โลกปี 2024 ที่ประเทศเดนมาร์ก, ปี 2025 ที่ประเทศอาร์เจนติน่า และปี 2026 ที่ประเทศจีน, การแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลกปี 2024 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ปี 2025 ที่ประเทศรวันดา และปี 2026 ที่ประเทศแคนาดา, การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์โลกปี 2024 ที่ประเทศแอนดอร่า, ปี 2025 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ปี 2026 ที่ประเทศอิตาลี และปี 2027 ที่ประเทศออสเตรีย, การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์โลกปี 2024 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา” พลเอกเดชา กล่าว

พล.อ.เดชา เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ในปี 2023 ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์โลก ที่จะมีขึ้นในรูปแบบมหกรรมในคราวเดียวกันทั้ง 13 ประเภทของ ยูซีไอ โดยประเทศสกอตแลนด์ จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 3-13 สิงหาคม 2566 ซึ่งมีกรุงกลาสโกว์ เป็นศูนย์กลาง ในขณะที่อีก 3 เมืองของสกอตแลนด์ จะเป็นเจ้าภาพร่วม คาดว่าจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มากกว่า 10,000 คนเข้าร่วมการแข่งขันและประมาณการว่าจะมีผู้ชมจากทั่วโลกหลั่งไหลกันไปชมการแข่งขันมากกว่า 1 ล้านคน และ ยูซีไอ ก็ได้กำหนดเจ้าภาพมหกรรมจักรยานชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปแล้วในปี 2027 ที่เมืองฮูเอท ประเทศฝรั่งเศส

พล.อ.เดชา กล่าวเสริมว่า ที่สำคัญ ทาง มร.เดวิด ลาปาเตียนท์ ประธานยูซีไอ ย้ำมาว่าในการจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลก UCI Road World Championships อยากให้กระจายการเป็นเจ้าภาพไปในแต่ละทวีป ซึ่งทวีปแอฟริกาโดยประเทศรวันดาจะเป็นเจ้าภาพ ในปี 2025 ขณะที่ทวีปเอเชีย แทบจะไม่เคยเป็นเจ้าภาพจักรยานชิงแชมป์โลกประเภทถนนเลย มีเพียงประเทศญี่ปุ่นในปี 1990 และล่าสุดคือประเทศการ์ต้า ในปี 2016 เท่านั้น จากการจัดการแข่งขัน 98 ครั้งในประวัติศาสตร์ของ ยูซีไอ และในระหว่างการพักประชุม ก็มีชาติสมาชิกในสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย หรือ เอซีซี ได้มีการหารือกันในเบื้องต้นว่าหากทวีปเอเชียได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ ทุกคนลงความเห็นว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางในการเดินทางของเอเชีย ไม่ว่าจะเดินทางมาจากยุโรป, เอเชีย, อเมริกา, แอฟริกาใต้, ตะวันออกกลาง ก็มีความสะดวก อีกทั้งเป๋นประเทศที่มีความโดดเด่นในด้านการท่องเที่ยว และมีมาตรฐานจัดการแข่งขันจักรยานในระดับนานาชาติได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับคำชมเชยจากทุกฝ่าย

“อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้จะต้องมีการหารือและลงมติอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่สามัญของ เอซีซี เสียก่อน หากประเทศไทยได้รับการไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลก ก็อาจจะไปจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นจังหวังสำคัญของการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงต้องพิจารณากันให้รอบด้าน เนื่องจากเป็นงานใหญ่มาก ใช้งบประมาณและทรัพยากรมหาศาลในการเป็นเจ้าภาพรายการใหญ่อย่างจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลก ที่สำคัญต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกด้วย” พล.อ.เดชากล่าว