แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ชุดเล็กอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่ขึ้นคุมทีมชาติชุดใหญ่ชั่วคราว 4 นัดแทนแซม อัลลาไดซ์ ที่เป็นกุนซือทีม “สิงโตคำราม” เพียงนัดเดียวเพราะพัวพันการเรียกรับเงินผิดกฎหมาย ยืนยันหลังพาอังกฤษเปิดเวมบลีย์ถล่มสกอตแลนด์ 3-0 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มเอฟ นัด 4 แต่เป็นการคุมอังกฤษนัด 3 ของตัวเองตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนว่า ไม่กลัวแรงกดดันในการเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษถาวร
แม้เซาธ์เกตในวัย 46 ปี จะเคยมีประสบการณ์คุมสโมสรฟุตบอลแค่ทีมเดียวกับมิดเดิลสโบรช์ ระหว่างปี 2006-2009 แถมยังพาทีม “สิงห์แดง” ตกชั้นจากลีกสูงสุดเมืองผู้ดี รวมทั้งคุมอังกฤษ 2 นัดแรกในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ด้วยการเปิดบ้านชนะทีมรองบ่อน 176 โลกขณะนั้นอย่างมอลตา เพียง 2-0 และบุกเสมอสโลวีเนีย อันดับ 67 โลก 0-0
แต่หลังอังกฤษชนะสกอตแลนด์ 3-0 ตรงกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) จะมอบตำแหน่งผู้จัดการทีมอังกฤษถาวรให้เซาธ์เกต หากชนะสกอตแลนด์ และมีการตอบรับอย่างดีจากคนในวงการลูกหนังอังกฤษ ส่งผลให้อดีตปราการหลังคริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลล่า และมิดเดิลสโบรช์ ที่กำลังจะคุมอังกฤษเป็นนัดที่ 4 หรือนัดสุดท้ายนเกมกระชับมิตรกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่เวมบลีย์ สเตเดียม วันที่ 15 พฤศจิกายน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า
ตัวเองชอบทำงานกับนักเตะระดับประเทศ และเผชิญหน้ากับเกมบิ๊กแมตช์ แต่สุดท้ายการตัดสินว่าตนจะเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตน

