แฟนบอลอินโดดับแล้ว 174 ราย แฉขายตั๋วเกินความจุอื้อ

2.10.22 | 15:19 น.

แฟนบอลอินโดดับแล้ว 174 ราย แฉขายตั๋วเกินความจุอื้อ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ตุลาคม ที่คานจูรูฮัน สเตเดียม ในเมืองมาลัง ประเทศอินโดนีเซีย เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลอินโดนีเซีย ซุปเปอร์ลีก เมื่อเกิดเหตุการณ์แฟนบอลทีมเจ้าบ้าน อาเรม่า เอฟซี ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายกองเชียร์ฝ่ายตรงข้าม ทีมเปอร์เซบาย่า สุราบาย่า หลังจากทีมพ่ายคาบ้าน จนทำให้เกิดเหตุความวุ่นวายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 174 ราย

ภายหลังจบเกมดังกล่าวที่อาเรม่า เอฟซี แพ้คาบ้านต่อเปอร์เซบาย่า สุราบาย่า 2-3 ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มกลางตารางของลีก และเป็นเกมของสองทีมคู่อริ โดยแฟนบอลเจ้าบ้านได้ก่อเหตุทำร้ายแฟนบอลทีมเยือน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ ทำให้แฟนบอลพยายามหาทางออกจากสนามจนเกิดการเหยียบกันขึ้น รวมทั้งขาดอากาศหายใจ เพราะประตูทางออกไม่สามารถรองรับแฟนบอลจำนวนมากที่ต้องการออกจากสนามได้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย สำนักข่าว “บีบีซี” รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 174 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล 180 คน อาการสาหัส 11 คน

โยโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้มีคำสั่งให้เบรกการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดทั้งหมดไปก่อนจนกว่าจะมีการสอบสวนทุกอย่างเสร็จสิ้น

ด้านสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียประกาศว่า ทีมอาเรม่า เอฟซี จะไม่ได้เล่นในบ้านตัวเองอีกต่อไปในซีซั่นนี้หลังจากแฟนบอลก่อเหตุรุนแรงกระทั่งมีผู้เสียชีวิต สมาคมเสียใจการกระทำของกองเชียร์ทีม อาเรม่า เอฟซี ที่สนามคานจูรูฮัน เราขอโทษครอบครัวของเหยื่อ และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สำหรับสมาคมฟุตบอล เราจัดตั้งทีมงานเดินทางไปสอบสวนที่เมืองมาลังในทันทีแล้ว

นิโก้ อาฟินต้า ผู้บัญชาการตำรวจเกาะชวาตะวันออก เปิดเผยว่า หลังจากที่ตำรวจไปห้ามเหตุ แฟนบอลก็หันมาทำร้ายตำรวจจนมีตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ไม่ใช่แฟนบอลทุกคนในสนามจะร่วมก่อเหตุด้วย มีประมาณ 3,000 คน ที่กรูลงไปในสนาม

Advertisement

ด้านโมฮัมหมัด มาห์ฟุด มาห์โมดิน รัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคงของอินโดนีเซีย โพสต์ในอินสตาแกรมว่า ความจุของคานจูรูฮัน สเตเดียม อยู่ที่ 38,000 ที่นั่ง แต่เกมนัดนี้ขายตั๋วถึง 42,000 ใบ ซึ่งมีแฟนบอลเข้าสนามเกินความจุมากถึง 4,000 คน

ขณะที่ระเบียบของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ข้อที่ 19 ระบุว่า ห้ามใช้แก๊สน้ำตาในการควบคุมฝูงชนในสนามฟุตบอลเด็ดขาด