‘พิพัฒน์’ ชื่นชมเจ็ตสกีไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลก มั่นใจสนามที่พัทยาสร้างเงินหมุนเวียนเพียบ
หลังจากทีมเจ็ตสกีทีมชาติไทยไปสร้างชื่อเสียงคว้าถึง 14 แชมป์โลกกับอีก 11 รองแชมป์โลก ศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “ดับเบิลยูจีพี วัน เจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2022” (WGP#1 World Series 2022)สนาม2ที่เมืองเลคฮาวาซูซิตี้รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐ นักกีฬาทั้ง 25 คนได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม
โดยในงานมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายนายสนิท วรปัญญา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวบนเวทีต้อนรับนักกีฬาว่า “ในฐานะตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขอชื่นชมผลงานของนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย เจ้าหน้าที่ทีมงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ โดยสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 14 แชมป์ ถือเป็นประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ของทีมชาติไทย ในทัวร์นาเม้นท์กีฬาเก็บคะแนนชิงแชมป์โลก”
กีฬาเจ็ตสกีรายการ WGP#1 นับเป็นกีฬาที่ไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และช่วยสร้าง “ซอฟพาวเวอร์” ให้เติบโต แข็งแกร่งบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีออกอากาศรายการแข่งขัน ไปกว่า 120 ประเทศ บนฐานการรับชมที่ขยายตัวไปกว่า 1,000 ล้านคน สร้างชื่อเสียง และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย ทำให้เราเห็นภาพความสาเร็จในการพัฒนาลิขสิทธิ์กีฬาไทยแท้ๆ ก้าวขึ้นสู่ตลาดโลกอย่าง เต็มตัว และศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “ดับเบิลยูจีพี วัน เจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2022” (WGP#1 World Series 2022) สนามชิงชนะเลิศ จะทาการแข่งขันที่ เมืองพัทยา ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคมนี้ คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยกว่า 700-1,000 ล้านบาท หวังเป็นหนึ่งในกิจกรรมกีฬา ที่จะช่วยสนับสนุนประโยชน์ชาติไทย ช่วงที่โลกต้องแข่งขันกันฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19”
ด้าน ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าฯกกท. กล่าวว่า “ในนามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาเจ็ตสกี ทีมชาติไทยในความสาเร็จในครั้งนี้ เราพร้อมร่วมผลักดันและสนับสนุนนักกีฬา เจ็ตสกีของไทยให้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติตลอดไป การคว้าได้ถึง 14 แชมป์นับเป็นประวัติศาสตร์การคว้าแชมป์ของทีมนักกีฬาเจ็ตสกีไทย ขอชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่เดินทางไปลงทำการแข่งขันครั้งนี้ อีกทั้งเยาวชนที่ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากีฬาในอนาคต สามารถคว้าแชมป์มาได้ถึง 2 รายการ คือ เด็กชายนครา ศิลาชัย ที่ถือเป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดของทัพนักเจ็ตสกีทีมชาติไทย อายุ 10 ปี และเด็กชายณัฐนันท์ กีนะพันธ์ ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับการปูพื้นฐานนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย เพื่อไปแข่งขันระดับโลกในอนาคต
ส่วน ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เผยว่า “ยินดีที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีส่วนร่วมกับความสำเร็จครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่านักเจ็ตสกีไทยไม่ได้เก่งแต่ในประเทศของตัวเอง และเผยแพร่กิจกรรมดีๆที่มีประเทศไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไปทั่วโลก ขอให้ทุกคนร่วมไปชมไปเชียร์นักกีฬากันต่อในศึกเวิลด์ คัพ ที่พัทยา ในฐานะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่รับผิดชอบในเรื่องการฝึกซ้อมการแข่งขัน การจัดการแข่งขัน จะสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาชนิดนี้ให้ยั่งยืนต่อไป”
นายรัชชาณล กิตติพัทธ์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวให้การต้อนรับว่าในนามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสต้อนรับนักกีฬาเจ็ตสกี ขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีและชื่นชมผลงานของนักกีฬาและสมาคมเจ็ตสกี ที่ร่วมกันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทุกท่านในการแข่งขันรายการต่อๆไปครับ

