หลังจากนักยกน้ำหนักไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้า 18 ทอง 5 เงิน 6 ทองแดง จากศึกยกน้ำหนักยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2016 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษานายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ และ “มาดามบุษ” นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นฯ นำคณะนักกีฬายกน้ำหนัก และเจ้าหน้าที่สต๊าฟโค้ช เดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว
นางบุษบาเปิดเผยว่า นับว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย เนื่องจากไม่ได้คาดคิดว่าจะคว้าเหรียญได้มากเท่านี้ เพราะเป็นนักกีฬาใหม่ที่ผ่านรายการต่างประเทศแค่ครั้งเดียว โดยดาวรุ่งชุดนี้มองเห็นเป็นความหวังในอนาคตไว้หลายคน แต่จะไปบอกว่ายกสถิติได้สูงแล้วจะเก่งในอนาคตก็ไม่ใช่ เพราะจะต้องขึ้นอยู่กับเทคนิค และสภาพจิตใจตอนแข่งด้วย เหมือนอย่าง “บีม” รสสุคนธ์ สอนแก้ว ดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่คว้า 3 ทอง นับเป็นนักกีฬาที่นิ่งมาก มีสมาธิ และตั้งใจอยู่กับการยก ซึ่งเด็กคนนี้มีโอกาสสร้างขึ้นมาได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กคนไหนจะก้าวขึ้นมา เพราะจะต้องดูการแข่งขันรายการต่อไปๆ ด้วย
นางบุษบากล่าวว่า ได้พูดคุยกับหลายชาติทั้งเวียดนาม, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งต่างต้องการจะส่งนักกีฬามาร่วมกับซ้อมกับจอมพลังไทย ซึ่งคิดว่าจะต้องวางโปรแกรมซ้อมให้ดี เพราะสถานที่เก็บตัวค่อนข้างแคบ ส่วนการไปดูงานที่ศูนย์ฝึกซ้อมของสมาคมยกน้ำหนักญี่ปุ่น ที่เมืองยามานาชิ เพื่อวางแผนเตรียมส่งนักยกเหล็กไทยมาเก็บตัวก่อนลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สถานที่ฝึกซ้อมถือว่าดี แต่อาจจะยังขาดอุปกรณ์บางอย่าง และมีเครื่องฮีตเตอร์ไม่มากพอ และเขาจะขอส่งนักกีฬา 2 คนมาร่วมซ้อมด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิค เพราะเขาเห็นว่านักกีฬาไทยเทคนิคดีมาก และอาจมีเคล็ดลับจนคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้

