เพาะกายไทยเตรียมล่าแชมป์โลกที่ภูเก็ตปลายปีนี้
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมาธิการกีฬาอาชีพและอุตสาหกรรมกีฬา เป็นประธานในงานของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ที่จัดงานเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีให้แก่นักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทยที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2564 จำนวน 47 คน ที่ ห้องสุพรรณหงส์1 ชั้น 3 โรงแรมอเล็กซานเดอร์ รามคำแหง ร่วมด้วย นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย, นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), นายวิษณุ ไล่ชะพิษ อดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายยุธยา จีนหีต ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย, จันทร พิมพ์สกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), นายอรรถ นานา นายกสมาคมกีฬาเทนนิสสูงอายุไทย, ดร.ชัย นิมากร ประธานกรรมการอำนวยการและกรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือแกรนด์สปอร์ต
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของนักกีฬาไทยในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 53 ที่เมืองบาตัม ประเทศอินโดนีเซีย และชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 11 ที่เกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2019 ทำให้นักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2564 สำหรับสายกีฬาโดยเฉพาะ ถือเป็นความสำเร็จของนักกีฬาในปีที่ผ่านมาจนถึงในปีนี้ ได้ฉลองไปพร้อมกันรวมทั้งในโอกาสครบรอบ 58 ปี ของสมาคมฯ ในปีนี้อีกด้วย
นายกสมาคมกีฬาเพาะกายฯกล่าวอีกว่า สำหรับในปีนี้ นักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมแข่งขันชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 6-12 ธันวาคม ที่จ.ภูเก็ต ซึ่งในส่วนของนักกีฬาไทย เราจะส่งนักกึฬาเข้าแข่งขันทั้งหมด 43 คน เพื่อส่งให้ครบ 42 รุ่น ซึ่งในตอนนี้ เราได้นักกีฬาของไทยที่จะเข้าแข่งขัน มี 37 คน เราจะคัดนักกีฬาเพิ่มจากรายการ “ปักษ์ใต้คลาสสิค” ในวันที่ 5-6 พฤศจิกายน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพิ่มเติม เราหวังว่าเราจะประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง เช่นเดียวกับในชิงแชมป์โลก ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักกีฬาไทยค่อนข้างประสบความสำเร็จ ได้แชมป์โลกในหลายรุ่น ความพร้อมของการเป็นเจ้าภาพจัดรายการนี้ นั้น ทางสหพันธ์เพาะกายและฟิตเนสโลก ได้มาดูความพร้อมทุกด้าน ตอนนี้ประเทศที่สมัครเข้าแข่งขันเป็นจำนวน 28 ประเทศ คาดว่านักกีฬา น่าจะเกิน 500 คน และน่าจะมีผู้ติดตามอีกด้วย เราเตรียมโรงแรมไว้รองรับนักกีฬาและ เจ้าหน้าที่ รวม 2 โรงแรม เป็นจำนวนกว่า 400 ห้อง
“ชิงแชมป์โลกรายการนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งหลังจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่เราเป็นเจ้าภาพที่เชียงใหม่ ครั้งนี้ เราลงมาภาคใต้ ไปดูไฮไท์และสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งภูเก็ต เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวชมสถานที่สำคัญ ซึ่งเราเตรียมความพร้อมที่จะต้อนรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่และผู้ติดตาม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการทำให้อุตสาหกรรมการกีฬาและท่องเที่ยวได้มีการบูรณากรและประสบความสำเร็จอีกครั้ง” นายศุกรีย์กล่าว

