‘กรมพลศึกษา’เล็งถก’จุฬาฯ’ขอตั้งสำนักงานที่ปทุมวันต่อ+ผุดตึกใหม่-เร่งถ่ายโอนสนามกีฬาตำบลอย่างถูกต้อง

17.11.16 | 07:00 น.
นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา

นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่กรมพลศึกษาในปัจจุบันต้องเช่าพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน ตัวสนามศุภชลาศัย กรมการท่องเที่ยว อาคารกีฬานิมิบุตร, สนาม 200 เมตร โดยพื้นที่หลายๆ ส่วนได้ส่งคืนให้กับจุฬาฯ ไปก่อนหน้านี้แล้ว อาทิ สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์, อาคารจันทนยิ่งยง ฯลฯ ซึ่งกรมพลศึกษาต้องเสียค่าเช่ารายปีให้กับสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ปีละหลายสิบล้านบาทนั้น ก่อนหน้านี้มีแนวความคิดในการย้ายที่ตั้งออกไปใหม่ ทั้งการไปอยู่ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติคลอง 6 จ.ปทุมธานี, การขอที่ดินกรมธนารักษ์เพื่อก่อสร้างสนามกีฬา และสำนักงานแห่งใหม่ รวมไปถึงการไปใช้พื้นที่บริเวณศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งเป็นสำนักงานแห่งใหม่เช่นเดียวกับแผนที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะย้ายไปตั้งภายในศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยขณะนี้คณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้กำลังดูรายละเอียดแนวโน้มความเป็นไปได้ว่าจะส่งรายงานมาที่ตนอย่างไร

นายนเรกล่าวต่อว่า ตนมีแนวความคิดว่า แนวทางที่จะเป็นไปได้มากที่สุดและน่าจะเหมาะสมคือ ตั้งอยู่ที่เดิม ที่ปทุมวัน โดยเร็วๆ นี้จะหาโอกาสไปหารือกับอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตนมีความคิดที่จะสร้างอาคารสำนักงานเป็นตึกสูงแห่งใหม่ ที่แนวสนาม 200 เมตร หรือด้านข้างตัวสนามศุภชลาศัย เพื่อรวบรวมทุกหน่วยงานของกรมพลศึกษาไปไว้ที่อาคารแห่งใหม่ พร้อมทั้งบูรณะสนามศุภชลาศัยไว้เพราะเปรียบเสมือนสัญลักษณ์กีฬาอย่างหนึ่งของเมืองไทยไปแล้ว โดยจะทำให้ดี ทันสมัยขึ้น อย่างไรก็ตามคงต้องหารือกับหลายๆ ฝ่าย รวมถึงรัฐบาลด้วยเช่นกัน

อธิบดีกรมพลศึกษากล่าวในตอนท้ายว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กรมพลศึกษาเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬาตำบล อำเภอ ระหว่างปี 2555-2559 โดยปีนี้ถือเป็นปีสุดท้ายที่จะดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 20 กว่าแห่ง ซึ่งขณะนี้สำรวจเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 16-17 แห่ง ยังติดขัดปัญหาในเรื่องของการหาสถานที่ไม่ได้อีกประมาณ 3-4 จังหวัดซึ่งกำลังพยายามแก้ไขอยู่ โดยคอนเซ็ปต์ในการก่อสร้างจะไม่ใช่การสร้างทับสนามฟุตบอลเดิมของโรงเรียนต่างๆ แต่จะหาพื้นที่ใหม่ทั้งหมด สร้างสนามฟุตบอลพร้อมลู่วิ่ง และส่วนอื่นๆ ภายใต้งบประมาณแห่งละ 45 ล้านบาท ขณะที่สนามกีฬาที่สร้างไปแล้วตั้งแต่ปี 2555-2558 ที่ผ่านมาประมาณ 100 กว่าแห่ง จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง และทำตามขั้นตอนเพื่อทยอยถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบอย่างถูกต้องต่อไป คาดว่าจะทยอยถ่ายโอนทั้งหมดในเดือนมีนาคม พ.ศ.2560