สหรัฐอเมริกา : การกลับมาอีกครั้งพร้อมกับยุคทองใหม่ความหวังของประเทศ
หลังจากที่ทำได้แค่นั่งดูผ่านทางโทรทัศน์เมื่อ 4 ปีก่อน สหรัฐอเมริกา ก็กลับคืนสู่เวทีฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้อีกครั้งหนึ่ง
แน่นอนว่าหลังจากความตกต่ำอย่างขีดสุดที่ไม่สามารถผ่านเข้าสุดท้ายได้ ทำให้พวกเขาจำเป็นจะต้องสร้างทีมยุคใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่เพียงเพื่อการกลับมาเล่นในรอบสุดท้ายอีกครั้ง แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพร่วมในอีก 4 ปีถัดไปด้วย
การเข้ามาของเกร็ก เบอร์ฮาลเตอร์ หลังจากตกรอบคัดเลือก ค่อยๆ ทำทีมขึ้นมาด้วยผู้เล่นยุคใหม่ ก่อนจะสามารถคว้าแชมป์คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ เมื่อปี 2021 ได้ แม้ว่ารอบคัดเลือกอาจจะผลงานไม่แจ่มว้าว แต่ก็ยังดีพอจะคว้าตั๋วรอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติมาครองได้
ผู้เล่นยุคใหม่ของสหรัฐเองก็ถือว่ากำลังโลดแล่นอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เซร์จินโญ่ เดสต์ แบ๊กขวาวัย 21 ปีของเอซี มิลาน, เวสตัน แม็คเคนนี่ จากยูเวนตุส, ไทเลอร์ อดัมส์ จากลีดส์ ยูไนเต็ด รวมถึงธิโมที เวอาห์ ลูกชายของจอร์จ เวอาห์ อดีตเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ชาวลิเบเรีย
แต่คนที่สำคัญที่สุดของทีมชุดนี้คงต้องยกให้ คริสเตียน พูลิซิช จอมทัพของทีมจากเชลซี ที่เป็นดาวซัลโวของทีมในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา และเป็นหัวใจของทีมโดยเฉพาะในส่วนของเกมรุก
ผลงานที่ดีที่สุดของสหรัฐคือการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2002 ขณะที่ 2 ครั้งหลังสุดพวกเขาไปถึงแค่รอบสองเท่านั้น ดังนั้นเป้าหมายในครั้งนี้อย่างน้อยต้องเข้ารอบสองให้ได้ พร้อมกับให้บรรดาดาวรุ่งของทีมที่จะเป็นตัวหลักในฟุตบอลโลกหนหน้า เก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของสหรัฐในครั้งนี้คือเพื่อนร่วมกลุ่มที่คงไม่ยอมให้ผ่านเข้ารอบไปได้ง่ายๆ ทั้ง “สิงโตคำราม” อังกฤษ หรือ “มังกรแดง” เวลส์ ในขณะที่อิหร่านเองไม่ใช่ทีมที่จะผ่านได้ง่ายๆ เช่นกัน
โปรแกรมของทีมชาติสหรัฐอเมริกา
21 พฤศจิกายน พบ เวลส์ ที่อาหมัด บิน อาลี สเตเดียม เวลา 02.00 น. (เช้ามืดวันที่ 22 พฤศจิกายน)
25 พฤศจิกายน พบ อังกฤษ ที่อัล บายัต สเตเดียม เวลา 02.00 น. (เช้ามืดวันที่ 26 พฤศจิกายน)
29 พฤศจิกายน พบ อิหร่าน ที่อัล ธูมาม่า สเตเดียม เวลา 02.00 น. (เช้ามืดวันที่ 30 พฤศจิกายน)

