ส่วนแบ่ง 16,000 ล้านบาท ของ 32 ชาติในฟุตบอลโลก

3.11.22 | 09:30 น.

ส่วนแบ่ง 16,000 ล้านบาท ของ 32 ชาติในฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก เพราะความที่ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมของคนทั่วทุกภูมิภาค และเมื่อเวิลด์คัพวนกลับมาเมื่อไร โลกก็จะจดจ่อไปกับมันตลอด 1 เดือนที่ฟาดแข้ง

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) หารายได้จากฟุตบอลโลกได้มหาศาล จากทั้งค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด การขายบัตรเข้าชม รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ จนถึงขึ้นว่ามีการสำรวจความเป็นไปได้ที่จะขยับให้ฟุตบอลโลกจัดทุก 2 ปีครั้ง ถึงแม้จะยังไม่มีความชัดเจน แต่ก็มีเสียงตอบรับที่ดีจากบางกลุ่ม

สำหรับฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม มีการประเมินล่วงหน้าว่า ฟีฟ่าจะมีรายได้จากส่วนต่างๆ รวมแล้ว 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(182,352 ล้านบาท) ส่วนเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งเงินรางวัลที่ให้กับทั้ง 32 ทีม ค่าชดเชยที่ต้องมอบให้กับสโมสรที่ปล่อยนักเตะมาแข่งขัน รวมทั้งค่าชดเชยในกรณีที่นักเตะบาดเจ็บ ค่าจัดการแข่งขันที่ฟีฟ่าต้องรับผิดชอบ รวม 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(102,573) เมื่อหักลบแล้วฟีฟ่าจะมีกำไรจากการจัดบอลโลกครั้งนี้ถึง 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(79,779 ล้านบาท)

อีกเรื่องที่น่าสนใจสำหรับฟุตบอลโลก คือ เงินรางวัล เมื่อฟีฟ่ามีรายได้มหาศาล ก็ย้อมต้องแบ่งสันปันส่วนคืนให้กับผู้มีส่วนร่วมกับการแข่งขันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่มีนักเตะ ไม่มีทีมสต๊าฟ ก็ไม่มีฟุตบอลโลก

Advertisement

ฟีฟ่าได้เปิดเผยไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เงินรางวัลรวมสำหรับเวิลด์คัพ 2022 อยู่ที่ 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(16,715.60 ล้านบาท) ส่วนแต่ละอันดับจะได้รับเท่าไรนั้น แบ่งออกได้ดังนี้

ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 32 ทีม จะได้รับไปก่อน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(56.98 ล้านบาท) และจะได้อีก 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(341.91 ล้านบาท) เมื่อลงเตะรอบแบ่งกลุ่ม ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็จะการันตีเงินก้อนนี้แน่นอน

ทีมที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะได้รับเงินรางวัล 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(493.87 ล้านบาท) ทีมที่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือรอบก่อนรองชนะเลิศ จะได้รับ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(645.83 ล้านบาท) 

เมื่อผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ทั้ง 4 ทีมสุดท้ายที่เหลืออยู่ จะได้รับเงินรางวัลต่างกันออกไป เพราะแต่ละอันดับในตอนสุดท้าย จะได้เงินรางวัลไม่เท่ากัน

ทีมอันดับ 4 จะได้รับ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(949.75 ล้านบาท) อันดับ 3 จะได้รับ 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(1,025.73 ล้านบาท) รองแชมป์จะได้รับ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(1,139.70 ล้านบาท) แชมป์โลกรับ  42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(1,595.58 ล้านบาท) 

สำหรับทีมแชมป์นั้น ได้รับเงินรางวัลที่มากขึ้นกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(151.96 ล้านบาท) 

ถ้าย้อนกลับไปในอดีต เรียกได้ว่าเงินรางวัลสำหรับแชมป์ฟุตบอลโลกมีการเพิ่มขึ้นมาทุกครั้ง เมื่อปี 1982 อิตาลีคว้าแชมป์โลก ได้เงินรางวัลที่ 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(83.58 ล้านบาท) ถัดมาอีก 24 อิตาลีคว้าแชมป์อีกสมัย  ได้รับเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(379.90 ล้านบาท) จนมาถึงครั้งนี้ ทีมแชมป์จะได้รับมากกว่าเมื่อ 40 ปีก่อนถึง 20 เท่า

ส่วนการแบ่งเงินรายได้ของแต่ละทีมนั้น ฟีฟ่าจะไม่เข้าไปมีส่วน ให้แต่ละชาติบริหารจัดการกันเองตามความเหมาะสม เพราะ 32 ทีมมีนโยบายแตกต่างกันออกไป นักเตะมาจากสโมสรเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มีข้อตกลงต่างๆ ที่เป็นการภายใน 

อย่างไรก็ตามฟุตบอลโลกหนนี้มีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานในการก่อสร้างสนามอย่างหนัก จนมีแรงงานเสียชีวิตมากมาย ซึ่งก็มีหลายชาติที่ผ่านเข้ามารอบสุดท้าย แสดงการต่อต้านสิ่งที่กาตาร์ทำ จนมีแคมเปญ #PayUPFIFA ที่จะให้แบ่งส่วนเงินรางวัลให้กับครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิต แต่ก็ยังมีเสียงตอบรับที่น้อยมากๆ ทั้งๆ ที่จะเตะกันในเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์แล้ว จะมีก็แต่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ของประเทศ เช่น การออกแบบชุดแข่งที่เรียบ ไม่หวือหวา เพื่อประท้วงกาตาร์ ในเรื่องฉาวต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รวมอยู่ในแคมเปญ #PayUPFIFA

รอดูกันว่าในช่วงแข่งขันจะมีดราม่าอะไรอีกหรือไม่ และทีมไหนจะคว้าเงินรางวัลในฐานะแชมป์ ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไปครอง เร็วๆ นี้จะได้รู้กัน