หน้าแรก กีฬา Sport Scoops ญี่ปุ่น : ควา...

ญี่ปุ่น : ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ในกลุ่มแห่งความตาย ของขุนพลเลือดซามูไร

3.11.22 | 20:32 น.

ญี่ปุ่น : ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ในกลุ่มแห่งความตาย ของขุนพลเลือดซามูไร

ญี่ปุ่น ยังคงความเป็นยักษ์ใหญ่แห่งทวีปเอเชีย ที่รักษาผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะนับตั้งแต่ปี 1998 ที่พวกเขาสามารถคว้าตั๋วฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาครั้งแรกได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยตกขบวนอีกเลย

แม้ว่าในฟุตบอลโลกครั้งนี้พวกเขาจะเริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะแพ้ให้กับทั้งโอมาน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผิดวิสัยของพวกเขาอย่างมาก แต่ก็ยังกลับตัวได้ทัน ไล่เก็บชัยชนะจนมาถึงนัดรองสุดท้าย ที่บุกเอาชนะออสเตรเลียได้ 2-0 ทำให้การันตีตั๋วมากาตาร์ทันที

ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือผู้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนายใหญ่ทีมชาติญี่ปุ่น ต่อจาก อากิระ นิชิโนะ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย มีปัญหาใหญ่หนึ่งอย่างที่ยังแก้ไม่ตกเลย คือการขาดไอเดียในการทำเกมบุกและหลายๆ ครั้งต้องพึ่งความสามารถส่วนตัวของนักเตะมากเกินไป

แต่ก็ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีของชาวเอเชียอย่างมาก เพราะจาก 26 คนที่เรียกมานั้น มีนักเตะเพียง 5 คนเท่านั้นที่เล่นอยู่ในประเทศ นอกนั้นเป็นนักเตะที่กระจายตัวอยู่ในยุโรปแทบทั้งสิ้น

แน่นอนว่าตัวหลักของทีมชุดนี้ยังคงต้องยกให้ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่จะได้กลับมาเยือนกาตาร์อีกครั้งหลังเคยนำทีมชาติญี่ปุ่นมาคว้าแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อปี 2019 ที่ตอนนี้ไปเก็บประสบการณ์เพิ่มเติมอยู่กับ โมนาโก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส หลังจากคว้าแชมป์ร่วมกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาหลายปี

Advertisement

นอกจากนี้อีกคนที่น่าจับตามองเลยก็คือ คาโอรุ มิโตมะ ปีกตัวจี๊ดที่ปีนี้ย้ายไปอยู่กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และถือว่าได้รับคำชมอย่างมาก ซึ่งอีกไม่นานน่าจะมีโอกาสได้ย้ายไปทีมใหญ่กว่านี้แน่นอน

แต่งานของญี่ปุ่นในรอบสุดท้าย ต้องบอกว่าเป็นครั้งที่งานพวกเขายากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะต้องมาอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย ที่มีทั้ง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี, “กระทิงดุ” สเปน และคอสตาริก้า

ทว่าต่อให้อยู่กลุุ่มที่ยากแค่ไหน ด้วยสายเลือดบูชิโด เชื่อว่าญี่ปุ่นคงไม่ยอมแพ้ทุกทีมง่ายๆ

เรียกว่าถ้าตกรอบก็ตกแบบสมศักดิ์ศรี หรือถ้าผ่านก็สามารถพูดได้เลยว่า

นี่แหละความภาคภูมิใจของชาวเอเชีย

โปรแกรมของทีมชาติญี่ปุ่น
23 พฤศจิกายน พบ เยอรมนี ที่คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดียม เวลา 20.00 น.
27 พฤศจิกายน พบ คอสตาริกา ที่อาหมัด บิน อาลี สเตเดียม เวลา 17.00 น.
1 ธันวาคม พบ สเปน ที่คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดียม เวลา 02.00 น. (เช้ามืดวันที่ 2 ธันวาคม)