สมาคมลูกหนังไทยเดินหน้าล่าทองซีเกมส์ตามคำบัญชา ‘บิ๊กป้อม’ ต้องแชมป์สถานเดียว!
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด จัดการประชุมเพื่อวางแผนจัดตารางการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 ในเลกที่สอง ณ ห้องประชุมชั้น 1 สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กกท. หัวหมาก
การประชุมในครั้งนี้นำโดย นายยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกสมาคมฯ และผู้อำนวยการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมด้วย นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานบริษัท ไทยลีก จำกัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคและทีมชาติสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันบริษัทไทยลีก จำกัด, สโมสรสมาชิกไทยลีก 1 และไทยลีก 2
โดยภายในที่ประชุมนายยุทธนา หยิมการุณ กล่าวว่า “ตามที่ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่ประชุมได้กำชับให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชานั้น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และสภากรรมการ ที่ไว้วางใจมอบหมายภารกิจให้เข้ามาทำหน้าที่ดูแล ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมพร้อมและเข้าร่วมการแข่งขันรายการสำคัญ ซึ่งได้เริ่มงาน และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมแผนเก็บตัวฝึกซ้อมต่างๆ เพื่อให้เรามีความพร้อมมากที่สุด นำทีมชาติไทยก้าวไปสู่เป้าหมายของแฟนบอล และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ”
นายยุทธนา กล่าวต่อว่า ทางสมาคมฯ และบริษัทไทยลีก ได้มีการประชุมเพื่อแจ้งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ฟุตบอลถ้วย ภายในประเทศ ช่วงเลกที่ 2 ของฤดูกาล ซึ่งก็จะมีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมทีมชาติไทย โดยที่โปรแกรมของ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย หรือ เอเชี่ยนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ขยับเลื่อนออกไป จากเดิมจะแข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 และคาดว่าจะไปแข่งขันในช่วงเดือนมกราคม 2567 ที่ประเทศกาตาร์ ทำให้ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการเตรียมทีมสำหรับรายการดังกล่าว ซึ่งทาง มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน เห็นว่าการแข่งขันลีกสามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้ในช่วง ฟีฟ่า เดย์ เดือน มีนาคม 2566 เพื่อให้ไม่ต้องมีการหยุดอีกครั้งหลังจากต้องพักไปในช่วงการแข่งขัน เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิคัพ กว่าสองเดือนแล้ว และ มาโน่ จะกลับมาเล่นฟีฟ่าเดย์ ในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมกับทีมชาติชุดใหญ่แทนที่ตารางเอเชียนคัพเดิม และไทยลีกได้จบลงแล้ว
นายยุทธนา กล่าวต่อไปว่า ฟุตบอลไทยลีก 1 เลก 2 จะเปิดวันที่ 21-22 มกราคม 2566 และปิดฤดูกาล 22 เมษายน 2566 (จากเดิมจะจบเดือนพฤษภาคม 2566) โดยจะมีการกระชับโปรแกรมไทยลีก ดังนี้ เพิ่มเกมกลางสัปดาห์ 2 นัด คือ วันที่ 14-16 มีนาคม 2566 และวันที่ 28-30 มีนาคม 2566 ทำให้ฟุตบอลไทยลีก จบฤดูกาลในวันที่ 22 เมษายน 2566 ซึ่งจบก่อนที่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์จะเริ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 28 เมษายน-16 พฤษภาคม 2565 ขณะที่ ฟุตบอลไทยลีก 2 จะขยับมาปิดฤดูกาลในวันที่ 9 เมษายน 2566 และมีการเตะเพลย์ออฟ เพื่อชิงสิทธิ์เลื่อนชั้น โดยรองรองชนะเลิศ จะเตะในวันที่ 15-16 เมษายน และ 22-23 เมษายน 2566 ส่วนรอบชิงชนะเลิศ สองนัดจะเตะกันวันที่ 20 และ 27 พฤษภาคม ฟุตบอลถ้วย รอบชิงชนะเลิศ ของ รีโว่ คัพ และ ช้าง เอฟเอ คัพ จะแข่งขันในวันที่ 21 และ พฤษภาคม 2566
“ดังนั้นหมายความว่า ฟุตบอลลีกอาชีพ และฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ จะสอดคล้องและลงตัวกับการแข่งขันของทีมชาติ โดยเฉพาะอายุไม่เกิน 23 ปี ไม่มีการทับกับโปรแกรมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 16 พฤษภาคม 2565 ที่ประเทศกัมพูชาอีกด้วย และฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ก็จะมีการแข่งขันอุ่นเครื่องหลังจากฟุตบอลลีกจบลงแล้วเท่านั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรสมาชิกที่พร้อมจะสนับสนุนนักกีฬา สำหรับการเตรียมทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในครั้งนี้ เราจะพยายามเตรียมทีมให้ดีที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ทุกคนคาดหวังไว้”



