‘ส.บอล’ ตั้ง ‘โค้ชหระ’ คุม ‘ช้างศึกยู-23’ ยันไม่กดดันแม้เดิมพันสูง

8.11.22 | 13:23 น.

‘ส.บอล’ ตั้ง ‘โค้ชหระ’ คุม ‘ช้างศึกยู-23’ ยันไม่กดดันแม้เดิมพันสูง

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ “บิ๊กหยิม” นายยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมทำการเปิดตัว “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดยู-23 เพื่อเตรียมทีมเข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา, เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน และเตรียมฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 รอบคัดเลือก ที่จะเป็นการคัดโควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสด้วย

โดยทีมงานของโค้ชหระ ประกอบด้วยผู้ช่วยผู้ฝึกสอน บำรุง บุญพรม อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ชุดลุยฟุตบอลเยาวชนโลก 1997 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี, ครองพล ดาวเรือง อดีตกองกลางทีมชาติไทย, ดร.ประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, ทศพล สีดาพันธุ์ ผู้ฝึกสอนฟิตเนส

นอกจากนี้ยังมีทีมงานที่ปรึกษา ประกอบด้วย รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค อดีตกองกลางทีมชาติไทย, อนันต์ อมรเกียรติ อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติ เป็นที่ปรึกษาทั่วไป, ประสิทธิ์ เทาดี ผู้ช่วยด้านการวิเคราะห์วีดีโอ, สกุลชัย ช่างนาวา จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาด้านกฎ กติกา สำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ

นายยุทธนา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ผอ.ทีมชาติไทยชุดยู-23 หน้าที่หลักคือการอำนวยความสะดวกให้กับทีมชุดนี้ ต้องยอมรับว่าทีมมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แต่ก็จะพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ลุล่วง นอกจากนี้จะลงมากำกับทีมชุดนี้ด้วยตัวเองในทุกด้าน แต่จะไม่แทรกแซงการทำงานของโค้ชเด็ดขาด
การเลือกเฮดโค้ชทีมชุดนี้มีหลักคือทางสมาคมฯ ต้องการโค้ชไทยที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีคุยมาหลายคนก่อนจะมาได้โค้ชหระ ซึ่งที่ผ่านมาทำทีมเยาวชนและสโมสรมา ไม่ห่วงเรื่องความสามารถ เชื่อว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ยังมีทีมงานที่นำเข้ามาเสริมเพื่อทำให้ทีมมีความพร้อมมากที่สุด

บิ๊กหยิม กล่าวต่อว่า เรื่องปัญหาการปล่อยตัวนักเตะ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าสโมสรทุกสโมสรมีความหวังดีกับทีมชาติ และตัวเองก็พอจะมีคอนเนคชั่นกับแต่ละทีมอยู่บ้าง รวมถึงจากการเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันก็เชื่อว่าจะทำให้สโมสรยอมปล่อยตัวนักเตะมาร่วมทีมแบบพร้อมเพรียง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กดดันแชมป์ซีเกมส์ มีส่วนต่อการเลื่อนโปรแกรมลีกหรือไม่นั้น นายยุทธนา กล่าวว่า ยอมรับว่าการที่พล.อ.ประวิตรกดดันเรื่องผลงานมาก็มีส่วนต่อการเลื่อนโปรแกรมการแข่งขัน แต่ทางสมาคมฯเองก็มองว่าทีมชาติชุดยู-23 คือเป็นอนาคตของชุดใหญ่เช่นกัน และการเลื่อนฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคมออกไป เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบอื่นๆ แน่นอน และทางสโมสรก็เข้าใจดี พร้อมร่วมแรงร่วมใจกันอยู่แล้ว

ด้านโค้ชหระ กล่าวว่า ดีใจที่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้ ได้ต่อยอดจากน้องๆที่เคยดูแลกันมา มีความรู้จักกันดีอยู่แล้ว ก็จะนำข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นมาแก้ไขกันต่อไป ส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจในทีมชุดนี้ถ้าหากปิดจุดอ่อนต่างๆ ได้ ก็จะมีโอกาสชนะได้แน่นอน

เรื่องความกดดันที่ต้องเป็นแชมป์เท่านั้น เพราะส่งผลถึงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลนั้นฯ โค้ชหระ กล่าวว่า ทุกงานมันมีความกดดันอยู่แล้ว แต่ถ้าได้ทำงานก็จะต้องทำให้เต็มที่ มองว่ามันเป็นภารกิจหนึ่ง ที่ผ่านมาก็เคยทำได้สำเร็จตามเป้าหมายของตัวเองมาโดยตลอด ยิ่งมีแรงกดดันก็จะเป็นแรงผลักดันที่จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด

“เรื่องสัญญาที่คุยกันไว้คือเป็นการทำงานในระยะยาวไปจนถึงโอลิมปิกเกมส์ แต่อาชีพเป็นโค้ชมันตัดสินกันที่ผลงานอยู่แล้ว ถ้าหากบันไดขั้นแรกมันไม่สำเร็จ ก็คงไปต่อไม่ได้อยู่แล้ว” อิสสระกล่าว

โค้ชหระ ปิดท้ายว่า แผนการเตรียมทีมนั้น ในเดือนธันวาคมจะมีช่วงเวลาเรียกตัวประมาณ 10 วันและจะมีอุ่นเครื่องกับทีมชาติลาว ที่เป็นทีมชุดใหญ่ด้วย จากนั้นในเดือนมีนาคม แผนที่วางไว้จะมีเรียกนักเตะชุดหนึ่งมาเข้าแคมป์เพื่อเตรียมฝึกซ้อมอาจจะมีเกมอุ่นเครื่อง แต่ต้องรอการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง สว่นก่อนแข่งก็จะมีเวลาราวๆ 1 สัปดาห์ ที่จะได้เตรียมทีม

สำหรับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะใช้ นักเตะที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นเกณฑ์อายุที่จะเต็มรุ่นในรายการเอเอฟซี U23 ซึ่งเป็นรายการคัดโอลิมปิก จึงทำให้ทีมชุดนี้มีรายการแข่งขันตลอดทั้งปี

แผนการคือการเรียกเก็บตัวครั้งแรกในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนธันวาคม 2565 ระหว่างวันที่ 5-15 ธันวาคม 2565 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันภายใต้ปฏิทินปี 2566-2567 โดยเป็นโรดแมปในการเตรียมทีมสู่โอลิมปิก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เริ่มจาก การแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมซีเกมส์ ที่จะเริ่มแข่งขันในวันที่ 5-16 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ในการเตรียมเข้าแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี เอเชียนคัพ U23 รอบคัดเลือก ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 4-12 กันยายน 2566

โดย สมาคมฯ จะพยายามจัดให้มีการฝึกซ้อมในช่วงฟีฟ่าเดย์ทุกครั้ง และพร้อมสำหรับการลุยศึก เอเชียน เกมส์ ที่เมืองหังโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนจีน ต่อไป

ทั้งนี้ สมาคมฯ โดยฝ่ายเทคนิคและทีมชาติไทย พร้อมดำเนินการตามแผนของหัวหน้าผู้ฝึกสอน และตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมทีมให้มีความพร้อมมากที่สุด ก่อนจะเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ ต่อไป