หน้าแรก กีฬา ม.หอการค้า คา...

ม.หอการค้า คาด กระแสบอลโลก สร้างเม็ดเงินสะพัด 1.85 หมื่นล้าน แต่หากไม่มีการถ่ายทอด คาดเสียเม็ดเงินสูงสุดหมื่นล้าน

9.11.22 | 14:39 น.

ม.หอการค้า คาด กระแสบอลโลก สร้างเม็ดเงินสะพัด 1.85 หมื่นล้านบาทถ้ามีการถ่ายทอด เน้นใช้จ่ายเรื่องกิน-สังสรรค์ หากไม่มีการถ่ายทอดคาดจะเสียเม็ดเงิน 5 พัน – 1 หมื่นล้านบาท ห่วงการพนันยังสูงกว่า 5.72 หมื่นล้าน 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่าย ผลกระทบด้านธุรกิจและสังคมไทยในช่วง เวิร์ดคัพ 2022 ว่า ถ้ามีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2022 ในไทย เชื่อว่าน่าจะสร้างความคึกคักให้กับระบบเศรษฐกิจ และสังคม ตามปกติ กระแสบอลโลกควรที่จะมีเริ่มโปรโมตและพูดถึงกันเยอะแล้ว แต่อาจจะยังพูดไม่ได้เยอะ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าใครจะถ่ายทอดสดบ้าง และจะมีการถ่ายทอดสดหรือไม่

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้น กระแสของการถ่ายสด ก็จะเป็นกระแสที่เมื่อมีการถ่ายทอด คนก็จะมาติดตาม และมาสนใจ การที่บอลโลกเริ่มตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม 2565 ซึ่งกินเวลาเกือบ 1 เดือน ถือว่าระยะเวลานานพอสมควร ในการที่จะมีกระแสของการจับจ่ายใช้สอย ภายใต้กระแสฟุตบอลโลก แต่จนถึงวันนี้ วันที่ 9 พฤศจิกายนแล้ว ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการถ่อยทอดสด ทั้งนี้ก็มีกระแสเห็นด้วยและคัดค้าน โดยคัดค้านว่า ไม่ควรทำงบประมาณรัฐ หรือจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาใช้ในการถ่ายทอดสดฟูตบอลโลก

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน บรรยากาศฟุตบอลโลก ปกติไทยจะต้องมีการถ่ายทอดสดมาตลอด ไม่เคยพลาดทั้ง ฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร เพียงแต่ระยะหลัง อาจจะเป็นเพราะในช่วงหลังมีการถ่ายทอดเฉพาะแพลตฟอร์ม หรือการที่มีการถ่ายทอดแล้ว มีความคุ้มค่าน้อย จึงทำให้กิจกกรรมการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจน

“เพราะฉะนั้น เชื่อว่ากระแสของการมีถ่ายทอดสด จะช่วยให้กระแสของฟุตบอลโลกมีความคึกคักมากกว่าไม่มีถ่ายทอดสด เพราะเมื่อมีการถ่ายทอดสด จะทำให้เกิดคนมาติดตามกระแสฟุตบอล มีการออกมาทานอาหารนอกบ้าน ใส่เสื้อทีมฟุตบอลออกมาเชียร์ หรือซื้อทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และกิจกกรรมอื่นๆ ภายใต้สมมติฐานที่ว่ามีการถ่ายทอดสด” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่การแข่งขันฟุตบอลโลก ที่การแข่งขันกินเวลายาวนานเป็นเดือน กับจำนวนกลุ่มผู้แข่งขัน 32 ทีม ซึ่งกลุ่มตัวอย่างก็มีพฤติกรรมเลือกเฉพาะทีมที่ชอบ และน่าเสียดายที่ปีนี้ทีมที่ชอบหายได้หนึ่งทีม คือ อิตาลี ที่มักจะติดโพล ตลอดว่าเป็นหนึ่งในขวัญใจของคนไทย อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่าง ให้ความเห็ฯว่า ไม่จำเป็นต้องดูการแข่งขันรอบแรกๆ เพราะเป็นการแขงขันหลายทวีปมารวมกัน ซึ่งมีทั้งที่ทีมและอาจจะไม่ชอบอยู่ด้วยกัน ดังนั้น รอบแรกๆ จึงยังไม่ได้เป็นกระแสที่รุนแรง แต่สิ่งที่สำคัญคือ รอบที่สอง และการคัดเลือกไปถึงรอบรองชนะเลิศ กระแสก็จะเด่นและดีขึ้น

Advertisement

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ กระแสฟุตโลกจะคึกคัก ก็ต่อเมื่อได้เห็นว่าคนไทยทั้งประเทศเข้าถึงการดูได้ง่าย หรือมีการถ่ายทอด เพราะว่าสิ่งที่ทำให้เกิดความคึกคักนั้น จะไปเกดที่การสังสรรค์ ดังนั้น สังเกตุได้ว่า สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างเน้น และจะช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัด ก็คือ การสังสรรค์ ได้แก่ การไปทานอาหารในร้านที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลโลก และครั้งนี้ในหลายๆคู่การแข่งขัน มีเวลาที่สอดคล้องกับเวลาของคนไทย และเวลาร้านอาหาร คือ ช่วง 17.00น., 20.00น., 23.00น. และ 02.00น. ทำให้โอกาสที่จะเข้าไปทานอาหาร หรือสังสรรค์ ทำให้เกิดบรรยากาศที่ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า และยิ่งเป็นมีทีมที่ชอบมากๆ ก็เกิดการรวมตัวในพื้นที่สาธารณะ หรือที่บ้านทื่ จะใช้เวลาดูด้วยกัน ดังนั้น เม็ดเงินที่สะพัดจะอยู่ในเรื่องของ อาหารการกิน เครื่องดื่ม และการสังสรรค์ เพราะฉะนั้น เม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดในรูปแบบเศรษฐกิจภายในตามปกติ ประมาณ 1.85 หมื่นล้านบาท โดยขยายตัวจากช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ถึง 22% เนื่องจากในครั้งนั้น เป็นช่วงเริ่มต้นการระบาดของโควิด-19 บรรยากาศจึงไม่คึกคักทั้งไทย และต่างประเทศ

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โควิด-19 คลายแล้ว คล้ายกับเทศกาลลอยกระทง ที่กลับมาสดใสและคึกคักขึ้น และจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ มากกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยคาดการณ์เม็ดเงินที่จะสะพัดครั้งนี้อยู่ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าฟุตบอลโลกในปี 2018 ที่เม็ดเงินสะพัดในระบบที่ 1.80 หมื่นล้านบาท

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากจำแนกการใช้จ่ายใน 1.85 หมื่นล้าน แบ่งได้เป็น เม็ดเงินด้านการสังสรรค์ 1.55 หมื่นล้านบาท จึงเชื่อว่า ธุรกิจเกี่ยวร้านอาหาร และสถานบันเทิง น่าจะมีความคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามี การถ่ายทอดสด ไม่ว่าจะเป็น ฟรีทีวี หรือ การถ่ายทอดสดเฉพาะ เพราะมันจะทำให้เกิดกิจกกรรมคนไปรับประทานหาร และดูการแข่งขันไปด้วย หรือมีการจัดงานสาธารณะ เช่น ลานขายอาหารเครื่องดื่มพร้อมเปิดจอใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจ

“เป็นการยากที่จะบอกว่า ควรจะมีการถ่ายทอดสด โดยที่ใช้งบประมาณของภาครัฐหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีการถ่ายทอด ก็เชื่อว่ากระแสฟุตบอลโ,ก จะไม่ได้มาส่งเสริมบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหน้าผม การซื้อทีวี เครื่องใหม่ การซื้อบริการอินเตอร์เน็ต ตลอดจนการสังสรรค์ ซึ่งแน่นนานว่า ม.หอการค้าได้คาดำว้ว่า ถ้าไม่มรการถ่ายทอดสด เม็ดเงินก็จะหายไปราว 5 พัน – 1 หมื่นล้านบาท จาก 1.85 หมื่นล้านบาท” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เม็ดเงินจากกระแสฟุตบอลโลกจะหมุนเวียนและสร้างแรงเหวี่ยงให้กับเศรฐกิจไทยในช่วงปลายปี 2565 อีกประมาณ 1 เท่า ทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดโดยรวมเกือบ 3.5 หมื่นล้านบาท และจากการสำรวจกระแสฟุตบอลของม.หอการค้าไทยตลอด 14 ปี ที่มีการถ่ายทอดสดมาตลอด ซึ่งสามารถสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจ และสร้างซัพพลายเชนได้เยอะ ไม่ว่า ชุดและอุปกรณ์กีฬา สื่อสารมวลชน วงการโฆษณา เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต และในเรื่องของการกินเลี้ยงสังสรรค์ ดังนั้น จึงเชื่อว่า กระแสฟุตบอลโลกจะคึกคัก ยิ่งในรอบลึกที่มีทีมดังแข่งจขันกัน เป็นปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดี ต่อจากเทศกาลลอยกระทบ และมาส่งเสริมด้านการท่องเทียวและบริการ

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากมาดูเม็ดเงินนอกระบบ จะเห็นว่า ข่าวเรื่องของบ่อนการพนันนั้น มีมากขึ้น และในเรื่องของการพนัน ม.หอการค้า ก็จับประเด็นมาตลอดตั้งแต่ปี 2008 หรือในตลอด 14 ปี จะเห็นว่าการพนัน จะอยู่คู่กับการแข่งขันฟุตบอล เนื่องจากบางคนพนันคู่กับการแข่งเพื่อความสนุก และบางคนก็ต้องการหาผลตอบแทนจากการพนัน โดยวงเงินพนันจะอยู่ที่ 5.72 หมื่นล้านบาท ขยายตัวจากช่วงของฟุตบอลยูโรปี 2020 ถึง 25% สะท้อนว่า คนไทยมีความตั้งใจที่จะเล่นการพนัน ทั้งเป็นเพื่อแฟชั่น เพื่อความบันเทิง และการพนันอย่างจริงจัง

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แต่อย่างไรก็ดี วงเงินการพนันของฟุตบอลโลก 2022 ยังต่ำกว่าช่วงฟุตบอลโลกในปี 2018 ที่มีเม็ดเงินสะพัดการพนัน 5.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินการพนันอาจจะย่อลงบ้าง ตามสถานการรณ์เศรษฐกิจ และบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยที่จะต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก อย่างไรก็ดี ม.หอการค้าก็เป็นห่วง เพราะการพนันอาจจะก่อให้เกิด ปัญหาอาชญากรรม คนติดหนี้พนันทำให้มีปัญหาการเงินรายบุคคล และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ เด็กและเยาวชน อาจจะเข้ามาติดการพนัน และจะเสียอนาคตการเรียนได้ ดังนั้นจึงอยากชี้ให้เห็นเชิงสังคมว่า การพนันยังมีเม็ดเงินสะพัดสูง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา จึงฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามากำกับดูแลในเรื่องนี้