พิจิตร พร้อมจัดจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย 2 รายการซ้อนที่บึงสีไฟ

15.11.22 | 16:44 น.

พิจิตร พร้อมจัดจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย 2 รายการซ้อนที่บึงสีไฟ

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่ปรึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และประธานที่ปรึกษาของสมาคมกีฬาจักรยานฯ มีเป้าหมายที่ผลักดันจังหวัดพิจิตรให้ก้าวไปสู่การเป็นเมืองกีฬา หรือ “สปอร์ต ซิตี้” ในอนาคต โดยมีการพัฒนาเส้นทางรอบๆ บึงสีไฟ ให้เป็นเส้นทางปั่นจักรยาน ซึ่งสมาคมกีฬาจักรยานฯ จึงได้ไปจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 สนามที่ 1 เมื่อวันที่ 18-19 มิถุนายนที่ผ่านมา เส้นทางรอบบึงสีไฟ ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง มีนักปั่นแห่เข้าร่วมกิจกรรมนับพันคน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

 

พล.อ.เดชากล่าวว่า ล่าสุด ทางจังหวัดพิจิตรได้มีการประชุมเพื่อติดตามการพัฒนาเส้นทางปั่นจักรยานรอบบึงสีไฟ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากกว่า 80% และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม ศกนี้ สมาคมกีฬาจักรยานฯ จึงกำหนดโปรแกรมการแข่งขันประจำปี 2566 เอาไว้คร่าวๆ โดยจะมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ที่จังหวัดพิจิตรรวม 2 รายการ ซึ่งจะเปิดศักราชด้วยการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2566 โดยใช้เส้นทางรอบบึงสีไฟ ที่กำลังจะพัฒนาให้เป็น “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ของจังหวัดพิจิตร รวมทั้งเส้นทางในอำเภอต่างๆ ด้วย

นายกสองล้อไทย เจ้าของฉายา “หมึกต้นแบบ” กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2566 สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม 2566 สำหรับการแข่งขันในสนามนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ลงทะเบียนกับ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือยูซีไอ ให้การรับรองการแข่งขันประเภทเสือภูเขาเป็นรายการนานาชาติ ระดับ C1 โดยจะมีนักกีฬาจากนานาชาติเดินทางมาร่วมแข่งขันด้วย เนื่องจากมีคะแนนสะสมคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสนามแข่งขันประเภทเสือภูเขาจะใช้พื้นที่ในอำเภอสากเหล็ก ทั้งรายการครอสคันทรี่, ดาวน์ฮิล และอิลิมิเนเตอร์

Advertisement

ด้าน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เปิดเผยว่า จังหวัดพิจิตรต้องการพัฒนาเส้นทางรอบๆ บึงสีไฟ เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ได้มาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน และวิ่ง พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศให้มาเยือนเส้นทางปั่นจักรยานแห่งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักปั่น และประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่าจังหวัดพิจิตรของเรามีเส้นทางปั่นจักรยานที่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชาวจังหวัดพิจิตร ซึ่งการจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชทานฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่าน นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดพิจิตร มีนักปั่นและผู้ติดตามมาเยือนจังหวัดพิจิตรกว่า 2,000 คน ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ต่างมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

นายประดิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสร้างเลนปั่นจักรยานรอบบึงสีไฟได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% โดยใช้เครื่องจักรบดอัดพื้นให้แน่น ก่อนที่จะลงหินคลุกและราดน้ำยางแอสฟัลท์ทับ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายต้นเดือนธันวาคม สำหรับรูปแบบของเส้นทางแห่งนี้จะมีความกว้าง 10.28 เมตร และยาว 10.28 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางปั่นจักรยาน 2 ช่อง และเส้นทางวิ่งออกกำลังกายอีก 2 ช่อง พร้อมที่จะใช้จัดการแข่งขันจักรยานทั้ง 2 รายการที่สมาคมฯ ได้กำหนดโปรแกรมการแข่งขันมาจัดที่จังหวัดพิจิตร ในอนาคตจะมีการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น มีการทำซุ้มประตูทางเข้าบึงสีไฟพร้อมถนนกว้าง 6 เลน มีศูนย์ฝึกจักรยานให้แก่เยาวชน มีการทำลานกิจกรรมต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สำหรับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (ใจเกินร้อย) และการแข่งขันจักรยาน “ปั่นเพื่อชีวิต Sport Tourism Bike 4 All” ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2566 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม 2566 จะเปิดรับสมัครในเดือนธันวาคม ศกนี้ ทางเว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ