สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการรัฐของสเปนได้ยื่นฟ้องร้องเนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลของสโมสรบาร์เซโลน่า ทีมดังแห่งลาลีก้า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ในข้อหาทุจริตและบิดเบือนข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ช่วงย้ายทีมจากซานโต๊สสู่ทีมบาร์ซ่าเมื่อปี 2013 โดยเสนอให้ศาลลงโทษจำคุกเนย์มาร์ 2 ปี และปรับอีก 10 ล้านยูโร (370 ล้านบาท)
นอกจากนี้ อัยการยังยื่นฟ้องซานโดร โรเซลล์ อดีตประธานสโมสรบาร์ซ่า ว่าร่วมทุจริตในเหตุการณ์นี้ โดยเสนอให้ลงโทษจำคุกโรเซลล์เป็นเวลา 5 ปีด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงการซื้อขายดังกล่าว บาร์ซ่าออกข่าวว่า ค่าตัวของเนย์มาร์อยู่ที่ 57.1 ล้านยูโร (2,112.7 ล้านบาท) โดยแบ่งจ่ายให้ซานโต๊ส 17.1 ล้านยูโร (632.7 ล้านบาท) ส่วนอีก 40 ล้านยูโร (1,480 ล้านบาท) เข้าบริษัท “เอ็นแอนด์เอ็น” ที่ครอบครัวของเนย์มาร์เป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ยังจ่ายเงินอีก 6.8 ล้านยูโร (251.6 ล้านบาท) ให้บริษัท “ดีไอเอส” กลุ่มทุนในบราซิลซึ่งถือลิขสิทธิ์เหนือสิทธิการย้ายทีมของเนย์มาร์ 40 เปอร์เซ็นต์ในเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ดีไอเอสแย้งว่า ค่าตัวจริงๆ ของเนย์มาร์น่าจะสูงกว่านั้น จึงกลายเป็นข่าวอื้อฉาวขึ้นมาหลังโดนขุดคุ้ยในปี 2014 ซึ่งอัยการเชื่อว่าค่าตัวจริงๆ น่าจะสูงถึง 83.3 ล้านยูโร (3,082.1 ล้านบาท) จึงยื่นฟ้องต่างหาก เรียกร้องให้จำคุกเนย์มาร์กับพ่อแม่ 5 ปี และห้ามลงสนามระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งฟ้องให้ปรับเงินสโมสรบาร์เซโลน่าเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 195 ล้านยูโร (7,215 ล้านบาท) ด้วย
สื่อสเปนเชื่อว่า การยื่นฟ้องของอัยการรัฐที่เรียกร้องให้ลงโทษจำคุกเนย์มาร์ 2 ปีนั้น เพื่อเปิดช่องให้ได้รับทัณฑ์บน เนื่องจากตามกฎหมายสเปน จำเลยที่ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ในความผิดครั้งแรก สามารถรอลงอาญาได้ เหมือนกรณีลิโอเนล เมสซี่ อดีตสตาร์ดังของบาร์เซโลน่า ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเลี่ยงภาษีไปก่อนหน้านี้

