ตัดเกรด-สำรวจชะตา เหล่าเฮดโค้ชในฟุตบอลโลก

10.12.22 | 09:35 น.

ตัดเกรด-สำรวจชะตา เหล่าเฮดโค้ชในฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 2022 เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว มีหลายทีมที่กลับบ้านไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าการกลับบ้านก่อนจะลงเอยด้วยผลงานที่น่าผิดหวังเสมอไป และทีมที่ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ก็ไม่ได้หมายถึงว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะต้องดูชื่อชั้นของทีมและเป้าหมายก่อนไปลุยกาตาร์

เช่นเดียวกับอนาคตของเฮดโค้ชและผู้จัดการทีมแต่ละคน ที่จะต้องยึดโยงกับผลงานในเวิลด์คัพหนนี้ บางคนตกงานไปแล้ว หลายคนได้ไปต่อ และอาจจะมีคนที่ยังต้องรอลุ้นว่าหลังจากนี้จะยังได้อยู่บนเก้าอี้กุนซือทีมชาติต่อไปหรือไม่ มาดูกันว่าโค้ชในฟุตบอลโลกหนนี้ใครที่รักษาเก้าอี้ไว้ได้ และใครที่ตกเก้าอี้ไปแล้วบ้าง

คนที่ตกงานแน่นอนแล้ว
หลุยส์ เอ็นริเก้ ประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติสเปนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทำทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการแพ้ต่อโมร็อกโก ในรอบ 16 ทีม โดยทันทีที่เอ็นริเก้ลาออกจากตำแหน่ง สหพันธ์ฟุตบอลสเปนได้ประกาศแต่งตั้งให้ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ นายใหญ่ทีมกระทิงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ทีมชาติชุดใหญ่อย่างเต็มตัว

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ หัวเรือใหญ่ของทีมชาติเบลเยียม ยุติบทบาทเฮดโค้ชของทีมทันทีที่ทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปตกรอบแบ่งกลุ่มไปอย่างน่าผิดหวัง อย่างไรก็ตามสัญญาของมาร์ติเนซก็หมดลงหลังหมดภารกิจในฟุตบอลโลก 2022 อยู่แล้ว

Advertisement

เคราร์โด้ มาร์ติโน่ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ทีมชาติเม็กซิโกทันที หลังทีมต้องตกรอบแรกของ ฟุตบอลโลก 2022 โดยการตกรอบแบ่งกลุ่มในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของทีมจังโก้นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1978

อ็อตโต้ อัดโด้ ได้ประกาศยุติบทบาทเฮดโค้ชทีมชาติกานาลงหลังนำทีมดาวดำแพ้ต่อ อุรุกวัย 0-2 ตกรอบแรกในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งๆ ที่เพิ่งมารับงานคุมทีมดาวดำได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น

เปาโล เบนโต้ กุนซือเกาหลีใต้ ได้ประกาศอำลาทัพโสมขาวหลังจากที่พ่ายแพ้บราซิลแบบหมดทางสู้ 1-4 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งโค้ชชาวโปรตุเกสยืนยันว่า มีความตั้งใจจะอำลาตำแหน่งทันทีที่จบฟุตบอลโลก 2022 มาตั้งแต่เดือนกันยายนแล้ว

ขณะที่ ติเต้ กุนซือบราซิล และ หลุยส์ ฟาน กัล เฮดโค้ชเนเธอร์แลนด์ ประกาศลาทีมชาติไว้ล่วงหน้าแล้ว

คนที่ได้ไปต่อแน่นอนแล้ว
ฮานซี่ ฟลิก แม้จะพาทีมชาติเยอรมนีตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าผิดหวัง แต่สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนียังมั่นใจให้เขาคุมทีมไปจนถึงศึกยูโร 2024 ที่จะขึ้นที่บ้านตัวเอง การเล่นต่อหน้าแฟนๆ ทั้งประเทศย่อมทำให้คนทั่วทั้งประเทศคาดหวังสูงอยู่แล้ว ถ้าฟลิกทำผลงานได้ไม่ดี อาจจะต้องเกิดการเปลี่ยนในตำแหน่งเฮดโค้ชก็เป็นไปได้

คนที่มีโอกาสได้อยู่ต่อสูง
ฮาจิเมะ โมริยาสึ กุนซือจากแดนปลาดิบทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะทั้งเยอรมนีและสเปน ในกลุ่มที่ถูกมองว่าหนักที่สุดในเวิลด์คัพหนนี้ แถมยังเป็นแชมป์กลุ่มได้ด้วย ถึงแม้จะตกรอบ 16 ทีม ด้วยการแพ้จุดโทษรองแชมป์เก่าอย่างโครเอเชีย แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานที่เหนือความคาดหมายแล้ว และมีข่าวว่าสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นเตรียมมอบสัญญาใหม่ 2 ปีให้โมริยาสึพิจารณาด้วย

คนที่อนาคตไม่แน่นอน
ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ นายใหญ่ของทีมชาติฝรั่งเศสเป็นคนอีกที่มีอนาคตไม่แน่นอน หลังโนเอล เลอ กราเอต์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสยืนยันว่า อนาคตของเดส์ชองส์ที่จะได้คุมทีมตราไก่ต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงานของทีมตราไก่ในการเจอกับอังกฤษ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษแม้จะมีแฟนบอลจำนวนมากไม่ค่อยจะชื่นชอบในการเลือกตัวผู้เล่นหรือจะเป็นวิธีการเล่น แต่ก็มีการคาดการณ์ว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ต้องการให้กุนซือวัย 52 ปีคุมทีมต่อไปไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเอฟเอจะมีการหารืออนาคตกับเซาธ์เกตอีกครั้งหลังจากจบฟุตบอลโลก

เกร็ก เบอร์ฮัลเตอร์ เฮดโค้ชสหรัฐอเมริกา พาทีมแยงกี้ส์ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมได้สำเร็จ แต่หลังจากเนเธอร์แลนด์ 1-3 ทำให้อนาคตของเขาถูกตั้งเป็นเครื่องหมายคำถามทันที เพราะสัญญาของเบอร์ฮัลเตอร์จะหมดลงในสิ้นปี 2022 แต่ก็คาดกันว่าเขาจะได้สัญญาใหม่อีก 4 ปี

นอกจากนี้ยังมีกุนซือที่หมดสัญญาแล้วแต่กำลังคุยสัญญาฉบับใหม่กับทีมอยู่อย่าง กุสตาโว อัลฟาโร (เอกวาดอร์), จอห์น เฮิร์ดแมน (แคนาดา)

โค้ชที่ยังไม่รู้อนาคตมีอีกหลายคน ทั้ง เฟลิกซ์ ซานเชซ (กาตาร์), คาร์ลอส เกยรอซ (อิหร่าน), ดิเอโก้ อลอนโซ่ (อุรุกวัย), ร็อบบี้ เพจ (เวลส์), แคสเปอร์ ยูลมันด์ (เดนมาร์ก), อาลิอู ซิสเซ่ (เซเนกัล), ริโกแบร์ ซง (แคเมอรูน), มูรัต ยาคิน (สวิตเซอร์แลนด์), แอร์เว เรอนาร์ (ซาอุดีอาระเบีย)