การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2016” รอบแรก กลุ่มเอ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงเตะ 2 นัดแรก เก็บ 6 แต้มเต็ม จากการ ชนะ อินโดนีเซีย 4-2 และเฉือน สิงคโปร์ 1-0 เข้ารอบรองชนะเลิศ ในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่มแน่นอน โดยจะมีคิวเตะนัดสุดท้าย วันที่ 25 พฤศจิกายน พบ ฟิลิปปินส์ เวลาไทย 19.00 น.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ได้มีการแถลงความพร้อมก่อนเตะ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า แม้ไทยเข้ารอบไปแล้ว แต่ยังให้ความสำคัญ ต้องการ 3 แต้ม เพื่อเก็บ 9 แต้มเต็มในรอบแรก รวมทั้งมีผลต่อคะแนนฟีฟ่าแร้งกิ้งด้วย นัดนี้อาจเปลี่ยนผู้เล่นบ้าง แต่ทั้ง 23 คนในทีมล้วนแข็งแกร่ง
“เข้าใจดีว่าอีก 3 ทีม มีโอกาสเข้ารอบ ซึ่งไทยเองจะเล่นอย่างเต็มที่ วันนี้ไทยได้เข้ารอบแล้ว เราต้องการทีมที่ดีที่สุดเดินไปกับเรา ถ้าฟิลิปปินส์ ต้องการไปด้วยกัน ก็ต้องชนะเราให้ได้ ส่วนเป้าหมายหลักของไทย มีทางเลือกเดียว คือแชมป์เท่านั้น” ซิโก้กล่าว
“ซิโก้” กล่าวต่อไปว่า หลังจบรอบแรกจะมีการล้างใบเหลืองอยู่แล้ว จึงสามารถส่งนักเตะที่ต้องการลงสนามได้โดยไม่กังวลอะไร นัดนี้เหมือนการจำลองการเล่นรอบรองชนะเลิศ ที่ต้องเตะนอกบ้านก่อน ส่วนฟิลิปปินส์ ต้องการ 3 แต้ม ดังนั้นจะมาเล่นหนัก แรง ดุดัน แน่นอน นักเตะไทย จะต้องเล่นไปตามเกม รวมทั้งให้เกียรติคู่ต่อสู้ และผู้ตัดสิน มุ่งมั่นกับการเล่นฟุตบอลอย่างเดียว ส่วนรอบรองชนะเลิศ มีโอกาสเจอกับพม่า หรือมาเลเซีย ซึ่งได้เตรียมศึกษาแทคติกของทั้ง 2 ทีมนี้ไว้แล้ว
ด้าน โธมัส ดูลีย์ กุนซือฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเกมนี้จะเป็นการวัดกันระหว่างทีมฟิลิปปินส์ ที่เป็นเบอร์ 1 อาเซียน ตามแร้งกิ้งฟีฟ่า กับไทยที่เป็นแชมป์เก่า เพราะสิ่งสำคัญของทีมคือผ่านเข้ารอบให้ได้ เชื่อว่าไทยจะกดดันกว่า เพราะเป็นเต็ง 1 และแชมป์หนที่แล้ว เกมจะตื่นเต้น น่าสนใจแน่นอน
จากนั้นช่วงเย็นนักเตะทีมชาติไทย เดินทางไปซ้อม ซึ่งเป็นสนามเปิด คนภายนอกสามารถเข้ามาชมได้ โดย “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีอาการไข้ นอนพักที่โรงแรม ขณะที่ ประทุม ชูทอง ยังเจ็บ ต้องแยกซ้อม โดยโค้ชซิโก้ ลงทีม เน้นทบทวนแท็คติก ที่จะพบฟิลิปปินส์ ทั้งเกมรับและรุก
หลังซ้อม ซิโก้ กล่าวเพิ่มเติมว่า เตรียมใช้ความคล่องแคล่วว่องไวเข้าโจมตีฟิลิปปินส์ และมีแทคติกหลากหลาย ไม่ว่าสถานการณ์ที่นำ เสมอ หรือตามหลัง หวังรักษาสถิติไม่แพ้ ฟิลิปปินส์ ไว้ ส่วน ชนาธิป เจ็บเล็กน้อย จากเกมชนะ สิงคโปร์ และมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง
สำหรับผู้เล่น 11 คนแรกที่คานดว่าจะลงสนามในระบบ 4-3-3 ดังนี้ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, อดิศร พรหมรักษ์, กรวิทย์ นามวิเศษ, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด, อดุล หละโสะ, ชาริล ชัปปุยส์, ประกิต ดีพร้อม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, มงคล ทศไกร และศราวุฒิ มาสุข
ขณะที่สถิติ ไทย กับ ฟิลิปปินส์ เจอกันมา 19 ครั้ง ไทย ชนะ 16 ครั้ง ฟิลิปปินส์ ชนะ 2 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง ครั้งสุดท้าย ที่ ไทยแพ้ ต้องย้อนไปปี ค.ศ.1972 หรือ 44 ปีที่แล้ว


