สถิติที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ ในรอบชิงแชมป์ เวิลด์คัพ กาตาร์
ฟุตบอลโลก 2022 ได้คู่ชิงชนะเลิศ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย อาร์เจนตินา จะพบกับ ฝรั่งเศส ในค่ำคืนวันที่ 18 ธันวาคม ที่ลูซาอิล สเตเดียม
นอกจากการเดิมพันแชมป์สมัยที่ 3 ของทั้งสองทีมแล้ว ยังมีสถิติและเรื่องน่าสนใจมากมาย ที่น่าจับตามองในแมตช์นี้ ก่อนที่รอบไฟนัลจะฟาดแข้ง มาดูกันว่ามีเรื่องราวอะไรที่ต้องรู้บ้าง

มีเพียง 2 ทีมที่เคยป้องกันแชมป์ได้
ฝรั่งเศสเป็นทีมที่ 3 ที่มีลุ้นแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกัน ก่อนหน้านี้มีเพียงอิตาลีและบราซิลเท่านั้นที่เคยทำได้ ทีมอัซซูรี่เคยคว้าแชมป์ในปี 1934, 1938 แบบติดต่อกัน หลังจากนั้นเป็นบราซิลที่มีเปเล่ คว้าแชมป์ได้ในปี 1958, 1962
ทีมล่าสุดที่ได้โอกาสป้องกันแชมป์แต่ทำไม่สำเร็จ คือ บราซิล ในปี 1994 ได้แชมป์ไปชื่นชม และในอีก 4 ปีถัดมา ไปโดนฝรั่งเศสถล่ม 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตามทีมแซมบ้าก็เข้าชิงอีกรอบในปี 2002 และทวงแชมป์คืนมาได้สำเร็จ แต่ก็เป็นแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่พวกเขาทำได้ มาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้สัมผัสอีกเลย

ชาติที่4ที่ได้แชมป์ถึง3สมัย
อย่างที่รู้กัน ฝรั่งเศสและอาร์เจนตินาเคยได้แชมป์กันมาแล้ว 2 สมัย ทำให้ครั้งนี้จะมี 1 ทีมที่ได้แชมป์สมัยที่ 3 ต่อจากบราซิล(5 สมัย) อิตาลีและเยอรมนี(4 สมัย
การเป็นแชมป์ 3 สมัยในยุคนี้ไม่ได้มีความพิเศษอะไรเพิ่มเติมแล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีการระบุไว้ว่าชาติไหนได้แชมป์โลกครบ 3 สมัยเป็นทีมแรก จะได้ครอบครองถ้วยแชมป์ฌูลส์ ริเม่ต์ แบบถาวร และบราซิลก็ได้ครอบครองถ้วยฌูลส์ ริเม่ต์ ไปตั้งแต่ปี 1970 แล้ว

เมสซี่ทำสถิติลงเล่นมากที่สุด
ในวันที่ลงสนามรอบชิงชนะเลิศ ลิโอเนล เมสซี่ จะลงสนามในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นเกมที่ 26 ในชีวิตแล้ว และจะเป็นนักเตะที่ลงเล่นในรอบสุดท้ายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เหนือกว่า โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานนักเตะอินทรีเหล็ก ที่เล่นฟุตบอลโลก 5 สมัยเท่ากัน แต่เล่นไป 25 แมตช์
เมสซี่ได้ประกาศไว้แล้วว่าฟุตบอลโลก 2022 จะเป็นเวิลด์คัพหนสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว นั่นหมายถึงว่ากัปตันทีมอาร์เจนตินาวัย 35 ปี จะหยุดสถิติในการเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไว้ที่ 26 เกมเท่านั้น แต่เท่าดูนักเตะที่ลงสนามรองลงมา ยากเหลือเกินที่จะทำลายสถิตินี้ได้

เอ็มบัปเป้เด็กสุดแชมป์สมัย2
คีเลียง เอ็มบัปเป้ ดาวยิงฝรั่งเศสในวัย 23 ปี คว้าแชมป์โลกมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 4 ปีก่อน และกำลังลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 ในชีวิต ซึ่งถ้าฝรั่งเศสทำได้ เอ็มบัปเป้จะกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่คว้าแชมป์ 2 สมัย ต่อจาก เปเล่ ที่เคยเป็นแชมป์หน 2 ตอนอายุ 22 ปี เมื่อปี 1962
อย่างไรก็ตามเปเล่ยังคงเป็นนักเตะคนเดียวในโลกใบนี้ที่คว้าแชมป์ถึง 3 สมัย ในปี 1958, 1962, 1970 และยังไม่เคยมีใครทำลายลงได้ ถ้ามีสักคนที่มีโอกาสทำได้เทียบเท่าหรือทำลายสถิตินี้ ก็คงหนีไม่พ้นเอ็มบัปเป้

ศึกแย่งชิงดาวยิงสูงสุด
นอกจากแชมป์โลกที่นักเตะทุกคนต่างโหยหาแล้ว การเป็นดาวซัลโวในเวิลด์คัพก็เป็นเรื่องที่จะได้รับการจดจำตลอดไป หลังจบตัดเชือก เมสซี่และเอ็มบัปเป้นำเป็นจ่าฝูงในตารางดาวยิงสูงสุดหนนี้เท่ากันที่คนละ 5 ประตู แต่เมสซี่มีความได้เปรียบกว่าตรงที่มีแอสซิสต์มากกว่า 3-2 ดังนั้นถ้าทั้งคู่ยิงประตูเท่ากันหลังจบรอบชิงชนะเลิศ จะมาพิจารณาหานักเตะที่ได้ตำแหน่งดาวซัลโวจากแอสซิสต์ แต่ถ้าจบลงเท่ากันอีก ก็จะตัดสินกันที่นาทีที่ลงสนาม ใครลงน้อยกว่า
อย่างไรก็ตามนักเตะที่ยิงประตูรองลงมาอีก 2 คน ก็ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำด้วย ฮูเลียน อัลวาเรซ ดาวยิงอาร์เจนไตน์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ของทีมตราไก่ ยิงเท่ากันที่ 4 ประตู ถ้าเป็นฮีโร่ยิงได้มากกว่า 1 ประตูในเกมนี้ ก็มีลุ้นแซงหน้าเมสซี่และเอ็มบัปเป้คว้าดาวซัลโวไปก็ได้
สถิติต่างๆ จะเกิดขึ้นหรือไม่ และประวัติศาสตร์จะถูกบันทึกไปในทิศทางไหน อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้คำตอบกันแล้ว

