ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้ “เต๋าดินโญ่” ธนาสิทธิ์ ศิริผลา เป็นฮีโร่ซัดประตูชัยบุกไปเฉือนเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ถึงถิ่น 2-1 พร้อมกับเป็นการย้ำแค้นอีกหนหลังเคยบุกมาชนะได้ก่อนหน้านี้่
ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึกจูเนียร์” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ได้นำทัพนักเตะบุกไปอุ่นเครื่องกับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่สนามสพล.ชลบุรี ซึ่งคู่นี้เคยพบกันมาเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเป็นทีมชาติไทย ยู-23 ที่ถล่มเอาชนะไป 7-2
ในส่วนของรายชื่อผู้เล่น 11 ผู้คนแรกของ ทีมชาติไทย ยู-23 มาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย รัตนัย ส่องแสงจันทร์ เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ 4 คนจากซ้ายไปขวา สุริยา สิงห์มุ้ย, วรวุฒิ นามเวช, ชินภัทร์ ลีเอาะ, เจนภพ โพธิ์ขี กลางรับเป็น กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ กับ พิธิวัต สุขจิตรธรรมกุล โดยมี ศศลักษณ์ ไหประโคน, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, อานนท์ ภมรเลิศศักดิ์ คอยสนับสนุนเกมรุกให้หน้าเป้า กิตติพงษ์ วงมา
ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี ของกุนซือเทิดศักดิ์ ใจมั่น จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามในระบบ 4-4-2 ธนชัย หนูราช เป็นผู้รักษาประตู เหมันต์ กิตติอำไพพฤกษ์, นัสตพล มาลาพันธ์, ชลทิตย์ จันทคาม, นพนนท์ คชพลายุกต์ ดูแลเกมรับ อลงกรณ์ ประทุมวงศ์, ณรงค์ จันทร์เสวก, โซโนะ, ภานุพงษ์ พลซา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ สนับสนุนเกมแดนกลางให้ พิภพ อ่อนโม้ ล่าตาข่าย
เริ่มเกมนาทีแรก ทีมชาติไทย เปิดเกมบุกใส่ก่อนโดยบอลจากทางซ้ายเข้ากลางไปที่ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ได้ลองส่องด้วยขวาทว่าบอลเหินข้ามคานออกหลัง จากนั้นนาที 7 ชลบุรี ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกเมื่อ นัสตพล มาลาพันธ์ ปะทะกับ กิตติพงษ์ วงมา จนได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกไป
นาที 17 ภานุพงษ์ พลซา ตัวรุกชลบุรีได้ยิงแฉลบแนวรับช้างศึกจูเนียร์ออกหลังไปแบบได้ลุ้น ทว่านาที 32 กลายเป็นโอกาสใกล้เคียงที่สุดของทีมยู-23 เมื่อ สุริยา สิงห์มุ้ย เปิดเตะมุมทางซ้ายไปหน้าประตูและเป็น ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ที่โฉบมาโหม่งเสาแรกส่งบอลไปตกใส่คานอย่างน่าเสียดาย
นาที 38 เป็นโอกาสอีกครั้งของทีมชาติไทย ในจังหวะที่ เจนภพ โพธิ์ขี แทงบอลทะลุช่องให้ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา หลุดเข้าเขตโทษก่อนตัดสินใจซัดด้วยซ้าย ทว่าโดนแนวรับชลบุรีเข้ามาเบียดเลยยิงไม่ถนัดทำให้บอลไปเข้าซอง ธนชัย หนูราช รับไว้ได้สบาย
ก่อนหมดเวลาครึ่งแรกนาทีเดียว ทีมชาติไทย ทำเกมบุกขึ้นมาสวย และอานนท์ อมรเลิศศักดิ์ จ่ายทะลุช่องตัดหลังแนวรับออกขวาให้ กิตติพงษ์ วงมา หลุดพาบอลไปยิงแต่วางเท้าไม่ดีเลยติดบล็อกแนวรับเจ้าถิ่นออกหลัง
หลังจากนั้นนาทีเดียว ชลบุรี เกือบออกนำเมื่อ ภานุพงษ์ พลซา เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้ยิงหน้าเขตโทษเน้นๆ แต่ รัตนัย ส่องแสงจันทร์ ปัดออกหลังได้อย่างยอดเยี่ยม
ทว่าช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย “ช้างศึกจูเนียร์” มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ ชลทิตย์ จันทคาม ที่จ่ายบอลคืนหลังสั้นทำให้ กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ ใช้ความขยันไปถึงบอลก่อน ธนชัย หนูราช และแตะเข้ากลางประตูให้ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา วิ่งมาแปบอลเข้าประตูไปแบบไม่ยากเย็น
กลับมาครึ่งหลัง “โค้ชโย่ง” เปลี่ยนทีมยกเซ็ตส่ง อนุศิษฏ์ เติมมี, ยศวรรธน์ มนทา,? ณัฐพล บุญปลื้ม, ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์, มีโชค มหาศรานุกูล, ประสิทธิ์ จันทุม, บัณฑิต ปาพ้นภัย, ธนวัฒน์ รัศมี, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา และพูลศักดิ์ จากผา ลงไปเล่นแทน
ทว่าเริ่มเกมไปได้แค่สองนาที ชลบุรี ตามตีเสมอได้อย่างทันควัน 1-1 จากจังหวะจ่ายบอลคืนหลังพลาดของ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ทำให้โดน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ตามไปฉกบอลก่อนหลบ อนุศิษฏ์ เติมมี นายด่านตัวสำรองก่อนซัดบอลเข้าประตูไปอย่างไม่ยากเย็น
อย่างไรก็ตาม นาที 51 ทีมชาติไทย ยู-23 มาพังประตูออกนำอีกครั้ง จากจังหวะทำเกมบุกจากกลางสนามก่อนจ่ายออกขวาให้ มนตรี พรหมสวัสดิ์ หลุดพาบอลเข้าเขตโทษก่อนจ่ายเข้ากลางประตูโดนแนวรับชลบุรีล้มตัวเคลียร์บอลแต่ยังไปเข้าทาง ธนาสิทธิ์ ศริผลา จัดการซ้ำหน้าปากประตูไม่เหลือ
เวลาที่เหลือรูปเกมผลัดกันเปิดเกมรุกใส่กันตลอด ทว่าจังหวะจบบอลแบบได้ลุ้นแทบไม่มีเลยทั้งสองฝ่าย ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ทีมชาติไทย ยู-23 โชว์ฟอร์มเฉียบบุกมาเฉือนเอาชนะและย้ำแค้น ชลบุรี เอฟซี ได้อีกครั้ง ด้วยสกอร์ 2-1
สำหรับ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะมีโปรแกรมลงสนามอุ่นเครื่องอีก 1 นัด ในวันที่ 30 พ.ย. โดยจะพบกับ ไทยฮอนด้า ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เวลา 17.00 น. ซึ่งแฟนๆ สามารถเข้าชมฟรีติดขอบสนามได้เหมือนเดิม


