ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” รอบรองชนะเลิศ นัดแรก บุกเยือน พม่า ที่ธุวันน่า สเตเดียม เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า วันที่ 4 ธันวาคม ตามเวลาไทย 18.00 น. ก่อนกลับมาเตะนัดสอง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 8 ธันวาคม ตามเวลาไทย 19.00 น. ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด ขณะที่อีกคู่ อินโดนีเซีย พบ เวียดนาม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ได้นำลูกทีมลงฝึกซ้อมที่แคมป์กิเลน วัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยในช่วงเช้าเน้นเรียกพละกำลัง และช่วงเย็นเติมแท็คติกรูปแบบการเล่นต่างๆ ก่อนมีโปรแกรมเดินทางกลับกรุงเทพฯ วันที่ 30 พฤศจิกายน และออกเดินทางไปพม่า วันที่ 1 พฤศจิกายน
โค้ชซิโก้กล่าวว่า รู้สึกโล่งใจที่ ประทุม ชูทอง กองหลังจอมแกร่งอาการเจ็บเริ่มดีขึ้น และจะสามารถลงช่วยทีมได้ ส่วนเรื่องการฝึกซ้อมได้เน้นทั้งด้านแท็คติก และความฟิต เพื่อบดกับแข้งพม่าชุดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเตะวัยรุ่นที่กำลังห้าว พละกำลังดี โดยยอมรับว่า เรื่องความฟิตของสภาพร่างกายอาจเป็นรองอยู่บ้าง แต่แข้งช้างศึกก็มีประสบการณ์เต็มเปี่ยม และผ่านมาทั้งซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก หรือแม้แต่การคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ เมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะใช้จุดเด่นนี้บดสู้พม่าได้
“เรื่องพละกำลังนักเตะไทยอาจเป็นรองอยู่บ้าง เพราะพม่าใช้นักเตะหนุ่ม แต่ความฟิตของเราก็ถือว่าอยู่ในขั้นดี และที่เหนือกว่าคือเรื่องประสบการณ์ ซึ่งผ่านเวทีต่างๆ มามากมาย ทำให้ยังเชื่อว่าจะเอาชนะพม่าได้” กุนซือทีมชาติไทยกล่าว
ขณะที่ “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ นักเตะสารพัดประโยชน์ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า การมาซ้อมที่แคมป์กิเลน วัลเลย์ ทำให้ได้แรงเยอะ และได้มีสมาธิก่อนเจอกับพม่าในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งตัวเองก็ได้ศึกษารูปแบบการเล่นของพม่าอยู่บ้าง โดยเท่าที่ดูเหมือนว่าเขาเน้นผู้เล่นดาวรุ่งผสมกับผู้เล่นชุดใหญ่ และมีจุดเด่นในเรื่องการวิ่งสู้ฟัด ตัวเองก็เคยปะทะกับผู้เล่นบางคนของพม่ามาแล้ว และเชื่อว่าทีมชาติไทยจะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้แน่นอน

