‘ช้างศึก’ ผงาดแชมป์อาเซียนสมัย 7 ล้ม ‘ดาวทอง’ สกอร์รวม 3-2
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย คว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 7 มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ “ดาวทอง” เวียดนาม 1-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 พร้อมเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ “ดาวทอง” เวียดนาม ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเลคทริค คัพ 2022” รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่สนามกีฬาม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 16 มกราคม
ทีมชาติไทยตุนความได้เปรียบจากเกมแรกด้วยการบุกไปเสมอที่มีดิ่ง สเตเดียม 2-2 เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ ทำให้มีอเวย์โกลอยู่ 2 ประตู ถ้าหากเกมนี้ชนะหรือเสมอด้วยสกอร์ 0-0 หรือ 1-1 จะคว้าแชมป์ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเริ่มเกมบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนบอลบางส่วนทะยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน และหนาแน่นขึ้นในช่วงบ่ายก่อนเกมเริ่มเกม ทั้งคนที่มีบัตรและไม่มีบัตร โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดจอยักษ์ไว้บริเวณลานพญานาคเพื่อให้แฟนบอลที่ไม่มีบัตรเข้าชมได้นั่งเชียร์ไปพร้อมๆ กัน
โดยเกมนี้ได้รับเกียรติจาก จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เดินทางมาชมเกมการแข่งขันพร้อมมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมแชมป์อีกด้วย
มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยังคงยึดระบบเดิม 3-5-2 จากเกมแรกรวมถึง 11 ตัวจริงชุดเดิม โดยมีกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล เป็นผู้รักษาประตู เซนเตอร์ 3 คน พรรษา เหมวิบูลย์, กฤษดา กาแมน และวีระเทพ ป้อมพันธุ์ วิงแบ๊กซ้าย ศศลักษณ์ ไหประโคน วิงแบ๊กขวา ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แดนกลาง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, สารัช อยู่เย็น, ธีราทร บุญมาทัน คู่กองหน้า อดิศักดิ์ ไกรษร และปรเมศย์ อาจวิไล
ส่วนเวียดนามยังนำมาโดย ดัง วานลัม นายทวารตัวเก่ง และ เกว๋ ง็อค ไฮ กองหลังเบอร์ 3, โดน วานเฮา วิงแบ๊กซ้าย, โด ฮุงดุง กองกลางกัปตันทีม, วู วาน ธาห์น ผู้ทำประตูตีเสมอ 2-2 ในนัดก่อน และเหวียน เทียน ลินห์ กองหน้าดาวซัลโวของทีม แต่ทว่าเหวียน กวง ไฮ ซุป’ตาร์ประจำทีมนั้นโดนดร็อปเป็นสำรอง
ช่วงต้นเกมค่อนข้างอืด เมื่อเวียดนามที่ต้องการประตูกลับเป็นฝ่ายมาเล่นตั้งรับแล้วให้ไทยครองบอลเพื่อกะหาจังหวะสวนกลับ ในขณะที่การต่อบอลเข้าทำของไทยยังไม่เฉียบคมเท่าไหร่นัก จนกระทั่งนาทีที่ 25 จังหวะครองเกมของไทย แดนกลางเวียดนามเปิดช่องให้กับธีราทรได้ลองส่องด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเสียบ
ตาข่ายอย่างสวยงามให้ไทยออกนำ 1-0 สกอร์รวมตอนนี้ไทยนำ 3-2
(ชมคลิป)

จากนั้นเป็นฝั่งเวียดนามที่ขึ้นมาลุ้นบ้างในนาทีที่ 28 จากจังหวะที่เหวียน เทียน ลินห์ พลิกบอลในเขตโทษแต่ก็ยิงหลุดกรอบไปเอง จากนั้นปาร์ค ฮังซอ เฮดโค้ชเวียดนามปรับแผนทันทีด้วยการส่งเหวียน กวงไฮ ลงมาเล่นแทนเหวียน ตวน อันห์ ทันที ทว่ารูปเกมก็ยังไม่ดีขึ้น
ไทยยังคงเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า ก่อนจะมีลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ศศลักษณ์หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะเลือกเปิดให้ปรเมศย์เข้ามาทำประตู แต่จังหวะสุดท้ายยังโดนแนวรับเวียดนามช่วยกันเคลียร์ออกไปได้
ก่อนหมดครึ่งแรกไทยได้ลุ้นอีกครั้งในจังหวะที่ธีราทรกระชากขึ้นมาทางซ้าย ก่อนพาไปถึงสุดเส้นแล้วเปิดกลับเข้ามาให้สารัชสอดขึ้นมาจะยิง แต่โดนไม่ดี ชวดโอกาสทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบครึ่งแรกไทยนำ 1-0 สกอร์รวมนำ 3-2
ช่วงพักครึ่งเวียดนามเปลี่ยนอีก 2 ตัว ส่งโด ดุยมานห์ กับพาม ตวนไฮ ลงมาแทนบุย ฮอง เวียต อัน กับ พาน วานดุค และเปิดเกมรุกมากขึ้นเพราะต้องการถึง 2 ประตูจะแซงกลับมาคว้าแชมป์ได้ แต่เกมรับของไทยก็ยังช่วยกันได้ดีอยู่
เกมของไทยค่อนข้างเงียบทำให้มาโน่ โพลกิ้ง ต้องแก้เกมบ้าง ด้วยการส่งบดินทร์ ผาลา, เอกนิษฐ์ ปัญญา และจักพัน ไพรสุวรรณ ลงมาเล่นแทนปรเมศย์ อาจวิไล, อดิศักดิ์ ไกรษร และสารัช อยู่เย็น โดยกะเน้นจังหวะสวนกลับมากขึ้น และเกือบได้ลุ้นจากจังหวะที่เล่นฟรีคิกเร็วให้บดินทร์ หลุดเข้าไปยิงแต่ติดบล็อกแนวรับเวียดนาม
ช่วงเวลาที่เหลือไทยสามารถรักษาสกอร์เอาไว้ได้ แม้ว่าพีรดนย์ ฉ่ำรัศมี จะโดนใบแดงในช่วงท้าย จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ เวียดนาม 1-0 สกอร์รวม 3-2 ป้องกันแชมป์และคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 7 ได้สำเร็จ หลังจากเคยได้แชมป์มาเมื่อปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016 และ 2020





























