นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า ในฐานะที่บุรีรัมย์พัฒนาจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาท้องถิ่น สร้างแลนด์มาร์คให้กับจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งไอโมบาย สเตเดียม สนามฟุตบอลมาตรฐานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ความจุ 32,000 ที่นั่ง รวมถึงสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามรถแข่ง มาตรฐาน FIA Grade 1, FIM Grade A ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกระดับสูงสุด ความจุ 30,000 ที่นั่ง และโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โรงแรมฟุตบอลหนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย กลายเป็นจุดขายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการสร้างแลนด์มาร์คให้กับบุรีรัมย์ สำหรับตนเป็นการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับทุกคนในเมืองนี้ ตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดก็คือการมีทีมฟุตบอล มีสนามแข่งรถ โรงแรม และล่าสุด บุรีรัมย์คาสเซิล ทำให้อัตราการเติบโตมูลค่าทางเศรษฐกิจของคนบุรีรัมย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200% ทั้งมูลค่าของที่ดินโดยรอบ นำมาซึ่งนักท่องเที่ยว คนที่มาทำกิจกรรมมาใช้ชีวิตในเมืองนี้ สมัยก่อน จ.บุรีรัมย์เป็นแค่เมืองผ่าน แต่ปัจจุบันเมืองนี้กลับมีลมหายใจเป็นฟุตบอล ก่อนมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มา จ.บุรีรัมย์อยู่ที่แค่ปีละ 6 แสนคน หลังจากมีทีมฟุตบอลก็เพิ่มเป็นปีละ 1.8 ล้านคน พอมีสนามแข่งรถ และตามมาด้วยบุรีรัมย์คาสเซิล ซึ่งทำให้ครบวงจรมากขึ้น ผมคิดว่าน่าจะทะลุปีละ 2.5 ล้านคน สมมุติถ้าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,000 บาท ก็จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดอย่างน้อยปีละ 4-5 พันล้านบาท
นายเนวินกล่าวว่า สำหรับบุรีรัมย์ คาสเซิล ตั้งอยู่ระหว่างไอโมบาย สเตเดียม และสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นโครงการที่ออกแบบ โดยอิงรูปแบบจากหมู่บ้านชุมชนรอบปราสาทหินในอดีต ซึ่งทางบุรีรัมย์คาสเซิลได้สร้าง “ปราสาทสายฟ้า” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางของแหล่งอารยธรรมใหม่นี้ ซึ่งการสร้าง “ปราสาทสายฟ้า” ได้ก่อสร้างตามรูปแบบของปราสาทขอมในอดีต โดยช่างฝีมือซึ่งแกะสลักหินทุกก้อนด้วยความปราณีต ละเอียดละออ และจัดเรียงหินทุกก้อนตามหลักการสร้างปราสาทโบราณ อีกทั้งยังได้คำนวณพระอาทิตย์ตกส่องผ่านประตู เช่นเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง โดยภายในปราสาท จะเป็นหอเกียรติยศ เก็บถ้วยรางวัลที่ชาวบุรีรัมย์ภาคภูมิใจ
นายเนวินกล่าวต่อว่า บุรีรัมย์ คาสเซิล ยังเป็นเหล่งแฮ้งเอาต์ของแฟนฟุตบอล ถือเป็นคลับของของชาว GU12 สำหรับกองเชียร์แฟนฟุตบอลพันธุ์แท้ของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต๊ด ที่บุรีรัมย์ คาสเซิล ทุกๆ ร้าน ให้ส่วนลดพิเศษ โดยไม่ต้องมีบัตร แค่ใส่เสื้อที่มีโลโก้สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเท่านั้น ถือเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของแฟนกีฬาฟุตบอล และยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ เอาใจแฟนฟุตบอลขนานแท้ ส่วนคอมมูนิตี้ มอลล์ บุรีรัมย์ คาสเซิล เป็นศูนย์รวมของร้านอาหารชื่อดัง พร้อมฟู้ดคอร์ดที่รวบรวมร้านอร่อยของเมืองบุรีรัมย์ไว้ รวมทั้งร้านขายสินค้า ร้านขายของที่ระลึก บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเมกาสโตร์ บริการด้านสุขภาพและความงาม สปา ลานกิจกรรม พื้นที่จัดงานอีเวนต์ และจะมีสนามเด็กเล่น PLAYGROUND เพิ่มเติมต่อไปในอนาคต บนพื้นที่โดยรวมทั้งหมดกว่า 35,268 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแบบยั่งยืน ทั้งผู้ชมที่มาชมฟุตบอล หรือแข่งขันรถยนต์ ก็สามารถมาเที่ยวได้ พร้อมกับร้านขายของที่ระลึกซึ่งพัฒนาจากสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์นำมาทำแบรนด์สินค้าใหม่ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 2,500,000 คนต่อปี พร้อมกับการเจริญเติบโตของเมืองบุรีรัมย์ ที่จะเกิดจากโครงการในอนาคต อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าการจำหน่าย สร้างรายได้ และเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย มุ่งสร้างบุรีรัมย์เป็นเมืองเศรษฐกิจของประเทศ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอม พัฒนาอาชีพ การศึกษา และสาธารณสุข เพื่อทำให้เศรษฐกิจมั่นคง และสร้างสังคมเป็นสุขให้กับเมืองและชุมชนโดยรอบ
ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวต่อไปอีกว่า อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “สวนศิวะ 12” สวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่สีเขียวผืนใหม่ของบุรีรัมย์ ประกอบไปด้วยสวนตะบองเพ็ชรขนาดใหญ่ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้หายาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “มหาศิวลึงค์” ทำจากหินทราย สูงกว่า 9 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทราย “กามาสูตร” ซึ่งเปรียบดั่งจุดกำเนิดแห่งจักรวาล พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกายโดยรอบ สำหรับให้ชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงาม และพักผ่อนหย่อนใจ บุรีรัมย์ คาสเซิล จะเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายรูป และแชร์รูปภาพ เพื่อประชาสัมพันธ์บุรีรัมย์และประเทศไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก















