โปรอาร์ม-โปรช้าง คึกล่าแชมป์ในบ้าน ศึกไทยแลนด์ คลาสสิก 2023 ประชันสะวิงโลก
นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา, มร.เบน โคเวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจจัดการ ดีพี เวิลด์ทัวร์ พร้อมด้วยนักกอล์ฟชั้นนำได้แก่ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์, “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี และราฟา คาเบร์รา เบลโญ โปรชาวสเปน ร่วมแถลงข่าวการแข่งขัน กอล์ฟดีพีเวิลด์ทัวร์ (ยูโรเปี้ยนทัวร์ เดิม) “ไทยแลนด์ คลาสสิก 2023” ที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์
โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 2566 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านเหรียญฯ หรือราว 65.8 ล้านบาท ได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, ดีพี เวิลด์, อมตะสปริง คันทรีคลับ, บีเอ็มดับเบิลยู และสายการบินเอมิเรตส์
กอล์ฟ “ไทยแลนด์ คลาสสิก 2023” กลับมาจัดการแข่งขันที่ประเทศไทยอีกครั้งนับจากปี 2016 (พ.ศ.2559) โดย นายนิธิ สีแพร เปิดเผยว่า ไทยไม่ได้รับนักท่องเที่ยวมาเกือบ 2 ปี ดังนั้น ในปีนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งกีฬากอล์ฟเป็นกีฬาสำคัญที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ในการแข่งขันไทยแลนด์ คลาสสิก 2023 นักกอล์ฟไทยหลายคนถือว่ามีผลงานในระดับต้นๆ ของโลก จึงนับเป็นการประกาศความพร้อมของประเทศไทยที่จะผู้นำทางการท่องเที่ยวและกีฬา โดยตั้งความหวังว่าในปีนี้ประเทศไทยจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ต่ำกว่า 25-30 ล้านคน”
มร.เบน โคเวน เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ประเทศไทยได้เป็น 1 ใน 26 ประเทศที่ได้จัดการแข่งขันกอล์ฟของ ดีพี เวิลด์ทัวร์ ซึ่งไทยแลนด์ คลาสสิก จะเป็นการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่นักกีฬาตลอดจนถึงแฟนกอล์ฟ ต่างรอคอยที่จะได้กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อจะได้ร่วมการแข่งขันกอล์ฟที่สนุกสนาน และสัมผัสวัฒนธรรมไทยที่สนุกสนาน และงดงาม โดยในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีนักกอล์ฟไทย 4 คนได้แชมป์ ใน 14 รายการของดีพีเวิลด์ทัวร์ ถือว่าสะวิงไทยไม่เป็นสองรองใครโลก
“โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ วัย 33 ปี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ที่ประเทศไทยได้จัดกอล์ฟรายการใหญ่ และถือเป็นการเติบโตของวงการกอล์ฟไทยที่จะช่วยผลักดันนักกอล์ฟรุ่นหลังให้มีการพัฒนามากขึ้น ส่วนตนเองนั้นรู้สึกดีใจและมีความสุขที่จะได้เล่นในบ้านเกิด
สำหรับการเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันนั้น โปรหนุ่มไทย อดีตมือ 29 ของโลก ที่คว้าแชมป์ดีพีเวิลด์ทัวร์ 4 สมัย กล่าวว่า จากการที่ได้ซ้อม ที่สนาม อมตะสปริง คันทรีคลับ เป็นประจำ ก็เหมือนเล่นได้ในบ้านอย่างแท้จริง แต่จากการที่มีอาการบาดเจ็บตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เล่นได้ไม่เต็มร้อย แต่ก็ชดเชยด้วยประสบการณ์ และเล่นอย่างฉลาดมากขึ้น ก็จะทำตัวเองให้พร้อมที่สุดเพื่อให้มีผลงานที่ดีที่สุดในรายการนี้
“โปรช้าง” ธงชัย ใจดี แชมป์ดีพีเวิลด์ทัวร์ 8 สมัย เปิดเผยว่า ดีใจมากที่ได้เล่นกอล์ฟในเมืองไทยอีกครั้ง โดยการแข่งขันไทยแลนด์ คลาสสิก ถือเป็นรายการใหญ่ระดับยูโรเปี้ยนทัวร์ ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนทุกฝ่ายที่ทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นในเมืองไทยอีกครั้ง เพราะจะเป็นการพัฒนานักกีฬากอล์ฟรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ทัวร์นาเมนท์มากขึ้น
“หวังว่ากอล์ฟ ไทยแลนด์ คลาสสิก จะอยู่ในประเทศไทยอีกหลายปี ซึ่งกีฬากอล์ฟนั้นเป็นกีฬาที่เท่าเทียมกัน ทุกคนมีโอกาสเหมือนกัน โดยกอล์ฟยูโรเปี้ยนทัวร์ ถือเป็นรายการอันดับ 2 ของโลก รองจาก พีจีเอ ทัวร์ นักกีฬาทุกคนถือว่าได้มีโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง”
ราฟา คาเบร์รา เบลโญ โปรชาวสเปน วัย 38 ปี แชมป์ดีพีเวิลด์ทัวร์ 4 สมัย กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาแข่งขันในเมืองไทยหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นหัวหิน หรือภูเก็ต สภาพอากาศที่ร้อนจึงไม่เป็นอุปสรรค ในขณะที่เพื่อนร่วมทัวร์อย่าง “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี ก็รู้จักกันมากว่า 20 ปี และคุ้นเคยกับ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงหวังว่าตัวเองจะท็อปฟอร์มเพื่อลุ้นตำแหน่งแชมป์ในวันสุดท้าย
ทั้งนี้ นักกอล์ฟที่ได้เข้าร่วมล่าแชมป์ในการแข่งขัน “ไทยแลนด์ คลาสสิก 2023” ได้แก่ “โปรแม็กซ์” ขวัญชัย แท่นนิล, เอกปริษฐ์ หวู่ และ 2 นักกอล์ฟสมัครเล่นอย่าง “หิน” อชิตะ เปี่ยมกุลวนิช นักกอล์ฟสมัครเล่น มือ 1 ทีมชาติไทย, “ทีเค” รัชชานนท์ ฉันทนานุวัฒน์ ในขณะที่โปรมือดีจากยุโรปที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ โธมัส บียอร์น โปรจากเดนมาร์กวัย 51 ปี ดีกรีกัปตันทีมยุโรปแชมป์ไรเดอร์คัพ 2018 ,โปรคู่แฝดเดนมาร์คที่มาแรงอย่าง นิโคไล และ ราสมุส ฮอยการ์ด, โรเบิร์ต แมคอินไทร์ โปรสกอตติช วัย 26 ปี แชมป์ดีพีเวิลด์ ทัวร์ 2 รายการ
สำหรับการแข่งขัน ดีพี เวิล์ด ทัวร์ ไทยแลนด์ คลาสสิก 2023 แฟนกอล์ฟสามารถรับชมได้ผ่านช่องทาง ทรูสปอร์ต-ทรูไอดี วันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ เวลา 12:30-17:00 น. (ทุกวัน) และผ่านช่องทาง ทีสปอร์ต วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 14:00-17:00 น. (ถ่ายทอดสด), วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 20:30 น. (ย้อนหลัง), วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 15:00-17:00 น.(ถ่ายทอดสด), วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 15:00-17:00 น. (ถ่ายทอดสด) นอกจากนี้ การแข่งขันกอล์ฟไทยแลนด์ คลาสสิก 2023 จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง ยูโรเปี้ยนทัวร์ เน็ตเวิร์ค ไปยัง 167 ประเทศทั่วโลก
การแข่งขันกอล์ฟไทยแลนด์ คลาสสิก 2023 นอกจากเป็นการแข่งขันของสุดยอดโปรจากทั่วโลก ยังจะเป็นมิติใหม่ของการจัดการแข่งขันกอล์ฟในสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้เพลิดเพลินใน Food Park สวนอาหารที่ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติ เครื่องดื่ม ระดับ มิชลิน บิบ กูร์มองด์ ( Michelin Bib Gourmand), การชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันทางจอ LED ยักษ์, บรรยากาศสนามกอล์ฟจำลอง Golf Tech Simulator ให้แฟนกอล์ฟได้ทดสอบวงสวิงและทักษะการเล่นกอล์ฟ
รวมทั้งการแสดงดนตรีสดจากศิลปินและดีเจชื่อดังของไทย, โซนสำหรับเด็ก มีกิจกรรมกีฬาและศิลปะที่สนุกสนาน และสร้างสรรค์ ใน Thailand Classic Fan Village พร้อมของรางวัลสำหรับเด็กและร้านขายของที่ระลึกมากมาย, การโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ในแบบ “THE HIDDEN GEMS OF THAILAND” ฯลฯ โดยแฟนกอล์ฟที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน สามารถลงทะเบียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ www.ticketmelon.com/event/thailandclassic






