บีบีซีรายงานกลุ่มทุนกาตาร์-แรทคลิฟฟ์-นักธุรกิจมะกันยื่นซื้อแมนฯยูก่อนหมดเดดไลน์
สำนักข่าว “บีบีซี” ของอังกฤษ รายงานว่า ภายหลังหมดเส้นตายการยื่นซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ชีกยาสซิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี ประธานธนาคารคิวไอบี หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของกาตาร์ และเป็นบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ออกมายืนยันผ่านตัวแทนว่าได้ยื่นข้อเสนอเทกโอเวอร์ทีม ขณะที่เซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีอังกฤษ เจ้าของบริษัทเคมี อิเนออส ก็ยื่นซื้ออย่างเป็นทางการเช่นกัน
สำหรับกลุ่มทุนตัวแทนของชีกยาสซิมเปิดเผยว่า ทางกลุ่มทุนกาตาร์มีแผนจะนำทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ในอดีตอีกครั้ง สโมสรจะปราศจากหนี้ และสนับสนุนงบประมาณการสร้างทีม พัฒนาศูนย์ซ้อม สนาม และขยายระบบสาธารณูปโภค เพื่อรประสบการณ์ที่ดีของแฟนๆ และชุมชน
ด้านอิเอนอสยังไม่ได้แถลงการณ์ใดๆ แต่คาดว่าจะชูประเด็นที่เจ้าของเป็นชาวอังกฤษ และเซอร์แรทคลิฟฟ์ก็เป็นแฟนบอลแมนฯยูตัวยงมาโดยตลอด โดยกลุ่มอิเอนอสมีประวัติการลงทุนด้านกีฬากับสโมสรนีซในลีกเอิง ฝรั่งเศศ และสโมสรโลซานน์ของสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเคยพยายามยื่นซื้อสโมสรเชลซีก่อนหน้านี้
บีบีซีรายงานว่า นอกจากทั้ง 2 กลุ่มทุนแล้ว คาดว่าจะมีกลุ่มทุนอย่างน้อย 2 แห่งจากสหรัฐอเมริกา ยื่นซื้อสโมสรแมนฯยูเช่นกัน และก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่าทางฝั่งซาอุดีอาระเบียก็สนใจเช่นกัน หมายความว่าอาจมีผู้ยื่นซื้อสูงสุด 5 แห่งที่มีวัตถุประสงค์เข้าเทกโอเวอร์ แต่ยังไม่กลุ่มทุนรายย่อยที่พยายามเจรจาเข้าไปซื้อหุ้นบางส่วนจากครอบครัวเกลเซอร์ เจ้าของปัจจุบันอยู่ด้วย
ส่วนประเด็นที่บางคนต่อต้านกลุ่มทุนกาตาร์เพราะอาจซ้ำซ้อนกับทางเจ้าของทีมปารีส แซงต์แชร์แมง และอาจมีผลต่อการลงแข่งขันฟุตบอลยุโรปถ้วยเดียวกันนั้น บีบีซีระบุว่า นาสเซอร์ อัล เคไลฟี ประธานสโมสรเปแอสเช น่าจะเป็นหนึ่งในคีย์แมนยื่นข้อเสนอซื้อปีศาจแดง แต่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารทีมแต่อย่างใด โดยคาดว่ากลุ่มทุน “กาตาร์ สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนต์” (คิวเอสไอ) ของอัล เคไลฟี จะเข้าไปถือหุ้นบางส่วนของแมนฯยูเท่านั้น

