ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016-17 นัดที่ 14 จากทั้งหมด 38 นัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม มี 2 คู่ ซึ่งคู่แรก ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พลิกล็อกแพ้บอร์นมัธเจ้าถิ่น 3-4 ทั้งที่ออกนำตลอดทั้งเกม และนำห่าง 2 ลูก 2-0 และ 3-1 ถึง 2 ครั้ง ที่สนามดีนคอร์ต เมืองบอร์นมัธ ประเทศอังกฤษ
ลิเวอร์พูลนำ 1-0 จากซาดิโอ มาเน่ นาที 20 และหนีห่าง 2-0 จากดิว็อค โอริกี้ อีก 2 นาทีถัดมา ก่อนโดนบอร์นมัธไล่ 1-2 จากจังหวะที่ไรอัน เฟรเซอร์ ตัวสำรองเจ้าถิ่น ถูกเจมส์ มิลเนอร์ แบ๊กซ้ายทีมเยือนทำฟาวล์ในเขตโทษ และคอลลัม วิลสัน ยิงจุดโทษเข้าไปในนาที 56
แม้เอ็มเร่ ชาน จะยิงให้ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1 ในนาที 64 แต่เฟรเซอร์ยิงให้บอร์นมัธไล่จี้มาอีก 2-3 ในนาที 76 แถมยังเป็นคนเปิดบอลให้สตีฟ คุ๊ก เพื่อนร่วมทีมยิงตีให้บอร์นมัธตีเสมอ 3-3 ใน 2 นาทีต่อมา ก่อนบอร์นมัธจะได้ประตูแซงชนะ 4-3 จากการซ้ำดาบสองของนาธาน อาเก้ ในช่วงทดเวลาเจ็บ หลังโลริส คาริอุส ผู้รักษาประตูหงส์แดงรับบอลกระฉอก
ส่งผลให้ลิเวอร์พูลมีสถิติชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 2 ยิงได้ 35 ประตู เสีย 18 ประตู มี 30 คะแนนเท่าเดิม และอยู่อันดับ 3 ของตารางคะแนน ตามเชลซีจ่าฝูงที่แข่ง 14 นัดเท่ากันเป็น 4 คะแนน และตามอาร์เซน่อล รองจ่าฝูง 1 คะแนน ส่วนบอร์นมัธชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 6 ยิงได้ 19 ประตู เสีย 22 ประตู มี 18 คะแนน
เกมอีกคู่ เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

