‘วิษณุ’ เร่งเฟ้นรองอธิการ 17 วิทยาเขต – แย้มพร้อมชิงผู้นำ ‘ม.กีฬาชาติ’ คนใหม่
ตามที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กีฬา อาศัยคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันการอุดมศึกษา แก้ไขปัญหายุ่งเหยิงในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) ทำให้นายปริวัฒน์ วรรณกลางอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นอธิการบดี มกช. ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมๆ กับการให้ “รองอธิการบดี” 17 วิทยาเขตทั่วประเทศพ้นจากตำแหน่งโดยทันที
ต่อมาตามคำสั่ง คสช. ได้แต่งตั้ง นายวิษณุ ไล่ชะพิษ อดีตรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ทำหน้าที่ “รักษาการอธิการบดี ม.การกีฬาแห่งชาติ” ผู้สื่อข่าว “มติชน” ได้รับการเปิดเผยจากนายวิษณุ ไล่ชะพิษ ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเจตนาดีที่จะพัฒนาและยกระดับ ม.การกีฬาแห่งชาติของไทย เรื่องแรกตอนนี้ต้องเร่งทำคือ การเฟ้นหาผู้เหมาะสมมาทำหน้าที่ “รองอธิการบดี” ของแต่ละวิทยาเขต โดยจะต้องเสนอชื่อให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนจะลงนามแต่งตั้งเพื่อให้แต่ละวิทยาเขตขับเคลื่อนงานได้ทั้งเรื่องงบประมาณ และการเซ็นคำสั่งจบของนักศึกษา
“ผมไม่หนักใจนะ เรื่องบุคลากร ผมได้เรียกประชุมทำความเข้าใจกับทุกวิทยาเขตไปแล้ว บอกไปแล้วว่า เรามาดี มีเจตนาดี ไม่มีเจตนามาจับผิดใคร เรามาเพื่อวางโครงสร้างให้งานเดินหน้าต่อไป ม.การกีฬาแห่งชาติ จะต้องผลิตบุคลากร นักกีฬาป้อนวงการกีฬา ขณะเดียวกัน ม.การกีฬาแห่งชาติยังต้องให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนนโยบายสปอร์ตทัวร์ริซึ่มของภาครัฐอีกด้วย อาจต้องมีการคุยกันว่าควรใส่ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้กำลังหารือกันอยู่ ผมเข้าใจดีว่าผมเข้ามาตรงนี้มีคนที่เห็นด้วย และคนที่ต่อต้าน แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดภายใต้หลักการที่ถูกต้อง”
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า มีเวลาทำงาน 180 วันให้เสร็จ และเมื่อเสร็จแล้วกระบวนการสรรหา “อธิการบดีคนใหม่” (ตัวจริง) จะเป็นอย่างไร ตรงนั้นค่อยว่ากัน หากคิดว่างานยังไม่เรียบร้อย และผู้ใหญ่เมตตา และให้โอกาสทำงานต่อ ก็พร้อมที่จะทำงานต่อไปตามกรอบวาระที่กำหนด

