ไทยกวาด 16 ทองป้องเจ้ายูยิตสูเอเชีย สหพันธ์มอบรางวัลชื่นชมสุดยอดเจ้าภาพ
การแข่งขันยูยิตสูชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 7 ซึ่งได้รับการรับรองจากสหพันธ์กีฬายูยิตสูนานาชาติ ที่อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ มีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 600 คน จาก 30 ประเทศเข้าร่วมชิงชัย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การชิงชัยเดินทางเข้าสู่วันสุดท้าย ในประเภทดูโอ้คลาสสิก และประเภทฟูลคอนแท็ก ซึ่งนักกีฬาไทยพาเหรดเข้าชิงหลายรายการ
ในประเภทดูโอ้คลาสสิก คู่ผสมหนุ่ม-สาวไทย ที่ประกอบด้วย “พลับ” วราวุฒิ แสงศรีเรือง กับ “มุก” ลลิตา ยืนนาน คู่ยูยิตสูทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองกีฬาเวิลด์เกมส์ 2022 ที่สหรัฐอเมริกา ลงสนามรอบชิงชนะเลิศพบคู่นักกีฬากัมพูชา ผลเป็นทางหนุ่ม-สาวไทยที่โชว์ลีลาได้ประทับใจกรรมการมากกว่า คว้าเหรียญทองไปครองอย่างยอดเยี่ยม เหรียญเงินเป็นของคู่กัมพูชา และเหรียญทองแดงเป็นของคู่จากเวียดนามทั้ง 2 คู่
นอกจากนี้ ทัพยูยิตสูไทยยังสามารถกระชากเรียญทองมาเพิ่มได้อีก 4 รายการ ดังนี้ ประเภทดูโอ้คลาสสิก หญิง เหรียญทอง “มาย” ปัญญาภรณ์ เผ่าพันธ์ กับ “มิ้น” กัญญารัตน์ เผ่าพันธ์, เหรียญเงิน ปากีสถาน, เหรียญทองแดง กัมพูชา และเวียดนาม, ประเภทดูโอ้คลาสสิก ชาย เหรียญทอง “ซัน” วราวัฒน์ ดียะตาม กับ “ก็อต” นาวิน ก่อแก้ว, เหรียญเงิน กัมพูชา, เหรียญทองแดง เวียดนามได้ไปทั้ง 2 เหรียญ, ประเภทฟูลคอนแท็ก 48 กก. หญิง เหรียญทอง “แก้ว” ปวีณา พละกาล, เหรียญเงิน ณัฐชยา สุกัน, เหรียญทองแดง เหลอ ธิ มาย เหียน จากเวียดนาม กับ ไซ ซิน-ปิง จากไต้หวัน และ ประเภทฟูลคอนแท็ก 57 กก. หญิง เหรียญทอง “นุช” นุชนาฎ สิงห์ฉลาด, เหรียญเงิน อัลทีนาย เมอร์เกนเบย์ จากคาซัคสถาน, เหรียญทองแดง หวง จิง-เว่น จากไต้หวัน กับ ตวง เหลอ จากเวียดนาม

สรุปผลงานของทัพนักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทยในศึกชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ ปรากฎว่า กวาดเหรียญรางวัลไปทั้งหมด 16 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 16 เหรียญทองแดง พร้อมป้องกันตำแหน่งเจ้าเหรียญทองและถ้วยคะแนนรวมประจำการแข่งขันไปครองอีกสมัย

ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ นายกสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ถือว่าดีมาก ทางสหพันธ์ได้มอบถ้วยรางวัล เพื่อเป็นการชื่นชม ที่ประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันออกมาได้มหัศจรรย์มาก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ่อย แต่ครั้งนี้เราได้เน้นเรื่องสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้ามาด้วย รวมถึงเรื่องการดูแลนักกีฬาซึ่งครั้งนี้มาเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 600 คน จาก 30 ประเทศ ถือว่ามากที่สุดเท่าที่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเคยมีมา ซึ่งเราก็ทำได้ดี มีการดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พัก รวมถึงในส่วนของ วีไอพี แบบเต็มที่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน โดยทางสหพันธ์กีฬายูยิตสูนานาชาติได้มีการพูดคุยกันถึงโอกาสให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก ซึ่งเราเองก็ต้องขอกลับไปพูดคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร เนื่องจากมีเรื่องของงบประมาณเข้ามาด้วย

“ส่วนเรื่องผลงานนักกีฬาไทย ครั้งนี้เราได้ 16 เหรียญทอง ครองเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ แม้ว่ายอดเหรียญทองจะน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่จากจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มากกว่า ซึ่งสหพันธ์เองก็ยังไม่เคยเจอนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่มากขนาดนี้ ต้องถือว่านักกีฬาไทยทำผลงานได้ดี หลังจากโควิด-19 หลายๆ ชาติพัฒนาขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็น จีน, คาซัคสถาน หรือแม้กระทั่งกัมพูชา ก็ยกระดับมาตรฐานขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว อย่างครั้งนี้ก็มีเหรียญติดมือกลับบ้านจากที่ไม่เคยได้เหรียญมาก่อน ส่วนการแข่งขันซีเกมส์ที่กัมพูชาช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 3 เหรียญทอง จากประมาณกว่า 10 อีเวนต์ ซึ่งอาจจะต้องรอให้จำนวนอีเวนต์ที่เจ้าภาพจัดนิ่งอีกนึด ซึ่งเราก็ยังประมาทไม่ได้เหมือนกัน” นายกยูยิตสูไทยกล่าว

