หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สื่อเวียดนามว...

สื่อเวียดนามวิเคราะห์หากไทยเจรจา ‘กัมพูชา’ ไม่ลงตัวในราคา 7 ล้านอาจไม่ได้ชมถ่ายทอดสดซีเกมส์

23.03.23 | 13:23 น.

สื่อเวียดนามวิเคราะห์หากไทยเจรจา ‘กัมพูชา’ ไม่ลงตัวในราคา 7 ล้านอาจไม่ได้ชมถ่ายทอดสดซีเกมส์

ความคืบหน้าเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม ในส่วนของประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เจรจากับเจ้าภาพ กัมพูชา ให้ลดค่าลิขสิทธิ์ที่ตั้งไว้สูงถึง 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 28 ล้านบาทแพงกว่าทุกชาติในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าพิจารณาจากมูลค่าทางการตลาดของแต่ละประเทศ อีกด้านหนึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า หากประเทศไทยไม่ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดซีเกมส์ 2023 ก็ไม่ถือว่าทำผิดกฎ “มัสต์ แฮฟ” และ “มัสต์ แครี่” แต่ถ้าซื้อมาแล้วต้องถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมตามช่องทางต่างๆ ที่ระบุไว้ โดยไม่เสียเงินค่ารับชมทำให้คนไทยทั้งประเทศต่อต้านการเดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ของ กกท. และคณะกรรมการโอลิมปิคฯ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม thethao247.vn สื่อประเทศเวียดนามรายงานว่า ไทยต้องการซื้อลิขสิทธิ์ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ในราคา 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังไม่บรรลุข้อตกลง ซึ่งในซีเกมส์ครั้งที่ 30 ประเทศฟิลิปปินส์ ไทยใช้เงินเพียง 5,000 เหรียญสหรัฐในการซื้อลิขสิทธิ์ ส่วนซีเกมส์ครั้งที่ 31 ประเทศเวียดนาม ไทยใช้เงินเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ซีเกมส์ครั้งที่ 32 ประเทศกัมพูชา ราคาลิขสิทธิ์สูงขึ้นถึง 80 เท่า หากการเจรจาด้วยราคา 200,000 เหรียญสหรัฐไม่สำเร็จ ประเทศไทยไม่น่าจะได้รับชมซีเกมส์ 2023

ทั้งนี้ จากการที่นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อพบกับ นายวัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกกัมพูชา เพื่อเจรจาต่อรองราคาลดลง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่ากัมพูชาจะยอมหรือไม่ โดยทั้ง 2 ฝ่ายทั้งไทยและกัมพูชา จะร่วมประชุมแบบออนไลน์เพื่อหาข้อสรุปกรณีดังกล่าวในวันที่ 5 เมษายนนี้ ถึงเวลานั้นจะได้รู้ว่า ไทยจะยังเดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่อย่างไร ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนยังมองว่า มูลค่า 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านบาท ไทยก็ไม่ควรจ่ายเพราะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไป เพราะควรนำงบประมาณดังกล่าวไปพัฒนานักกีฬาของหลายๆ สมาคมกีฬาที่กำลังเดือดร้อนขัดสนงบประมาณ