ริชาร์ด แม็คลาเรน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายชาวแคนาเดียน ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอิสระขององค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก (วาด้า) เปิดรายงาน “แมคลาเรน รีพอร์ต” ฉบับที่ 2 ซึ่งมีเอกสาร 1,166 ฉบับ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ระบุว่า มีนักกีฬารัสเซียกว่า 1,000 ราย ใน 30 ชนิดกีฬา ใช้สารต้องห้ามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทั้งโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และในโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาว 2014 ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย
แม็คลาเรนยืนยันตามรายงานฉบับก่อนว่า ทางการรัสเซียมีส่วนรู้เห็น สนับสนุน และปกปิดการโด๊ปยาอย่างเป็นระบบในวงการกีฬารัสเซีย และรายใหม่ก็มีข้อมูลเรื่องการสับเปลี่ยนตัวอย่างปัสสาวะและเลือดของนักกีฬาช่วงแข่งขัน “โซชิเกมส์” รวมถึงการใช้เกลือและกาแฟเป็นสารปนเปื้อนหรือเจือจางสารโด๊ปในตัวอย่างของนักกีฬาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจด้วย
ทั้งนี้ ทีมงานของแม็คลาเรนได้ส่งข้อมูลของนักกีฬา 695 คนซึ่งเข้าข่ายทำผิดดังกล่าวไปให้สหพันธ์กีฬานานาชาติที่รับผิดชอบแล้ว หลายคนในจำนวนนี้เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและมีผลงานในระดับแถวหน้าของวงการ
ด้านกระทรวงกีฬาของรัสเซีย รีบออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ทางการรัสเซียไม่เคยสนับสนุนเรื่องการใช้สารต้องห้าม และยืนยันเรื่องนโยบายการต่อต้านการโด๊ปยาในวงการกีฬาด้วย
ก่อนหน้านี้ รายงานฉบับแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมนำไปสู่การแบนนักกีฬารัสเซียบางส่วนจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในเดือนสิงหาคม และแบนนักกีฬาคนพิการรัสเซียทั้งหมดจากการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ในเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็นการจงใจโจมตีรัสเซียจากฝั่งโลกเสรีโดยปราศจากหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมาอ้างอิง และมีเพียงคำให้การของพยานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกริกอรี่ ร็อดเชนคอฟ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสารต้องห้ามในกรุงมอสโกซึ่งโดนรัฐบาลรัสเซียปลดจากตำแหน่ง

