คนวงการกีฬา ร่วมงานรำลึก 3 ปี กิจ พฤกษ์ชะอุ่ม ผู้ก่อตั้งแกรนด์สปอร์ต อย่างคับคั่ง
นายธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย นายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม รองประธานกรรมการอำนวยการบริษัท และ ดร.ชัย นิมากร ประธานกรรมการอำนวยการ บริษัทในเครือแกรนด์สปอร์ต ร่วมกับ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย จัดงาน “รำลึก กิจ พฤกษ์ชะอุ่ม IN REMEMBRANCE OF KIJ” ที่โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม
ภายในงานมีผู้บริหาร และบุคคลสำคัญในวงการกีฬา แวดวงธุรกิจ และสังคม ร่วมรำลึกในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของการจากไปของ นายกิจ พฤกษ์ชะอุ่ม ผู้ก่อตั้งบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป อย่างคับคั่ง ทั้งศ.(พิเศษ) เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศฯ, นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย
รศ.ดร. สุพิตร สมาหิโต รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ รองประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ สหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (เอวีซี), “โค้ชอ๊อต” นายเกียรติพงษ์ รัชตะเกรียงไกร อุปนายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยฯ, ดร.กิตติ เจริญพรพานิชกุล นายกสมาคมการค้าเครื่องกีฬา, นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย, “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมทั้งนักกีฬาทีมชาติไทยทั้งอดีตและปัจจุบัน

นายธารา พฤกษ์ชะอุ่ม กล่าวว่า คุณพ่อกิจได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ซึ่งในช่วงนั้น และช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครอบครัวจึงไม่ได้มีการจัดงาน และมีพิธีการที่มีต้องเชิญคนเข้ามาร่วมเยอะๆ แต่ปีนี้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น จนผ่อนคลายแล้ว เราทุกคนในครอบครัวแกรนด์สปอร์ต และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ จึงมีความเห็นร่วมกันในการจัดงานรำลึก ซึ่งก็เป็นโอกาสครบรอบ 3 ปีที่คุณพ่อจากไปพอดีด้วย
“ด้วยความที่เป็นคนชอบกีฬา ทำให้คุณพ่อได้ก่อตั้งแกรนด์สปอร์ต ขึ้นในปี พ.ศ.2504 เพื่อทำธุรกิจค้าขายอุปกรณ์กีฬา รวมถึงเข้าไปให้การสนับสนุน และร่วมพัฒนาสมาคมกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอล, เปตอง หรือวอลเลย์บอลในปัจจุบัน และมีปณิธานในการทำธุรกิจ ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยนั้นเล่นกีฬา และออกกำลังกาย โดยสามารถเข้าถึงสินค้า และเสื้อผ้ากีฬาคุณภาพดีได้ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งแม้คุณพ่อจะจากไปแล้ว แต่บริษัทยังยึดมั่น และพร้อมเดินหน้าในปณิธานดังกล่าวของคุณพ่อ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าและพัฒนาสังคมกับวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าต่อไป”

ขณะที่ นายสมพร ใช้บางยาง กล่าวว่า ในช่วงที่คุณกิจ ยังมีชีวิตอยู่ ท่านถือเป็นบุคคลที่สร้างคุโณปการมากมาย โดยควรค่าแก่การยกย่อง และสรรเสริญ รวมถึงเป็นบุคคลที่คนรุ่นหลังควรเรียนรู้ เพราะมีแนวทางการใช้ชีวิตที่น่ายึดเป็นแบบอย่าง ทั้งในส่วนของการเป็นผู้นำครอบครัว การทำธุรกิจ รวมถึงการทำงานในด้านวงการกีฬา แน่นอนว่าวันนี้คุณกิจจะได้ลาจากไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่เคยสร้างเอาไว้ ยังคงเป็นที่จดจำ และตราตรึงของครอบครัว เพื่อนฝูง พันธมิตรทางธุรกิจ และวงการกีฬาไทยอยู่


