‘เป๊ป’แก้เก้อ‘เรือ’ล่มเพราะแพ้แรงปะทะ ส่วน‘วาร์ดี้’หวด‘แฮตทริก’แรกให้เลสเตอร์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (ภาพ AFP)

ศึกฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ฤดูกาล 2016-17 นัดที่ 15 จากทั้งหมด 38 นัด เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม คู่เอก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดน “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่มีเจ้าของสโมสรเป็นกลุ่มนักลงทุนจากประเทศไทย เปิดบ้านถล่ม 4-2

เลสเตอร์ที่ชนะครั้งเดียวจาก 8 นัดหลังทุกรายการ และไม่ชนะเกมลีก 5 นัดติด ได้ 4 ประตูจาก “แฮตทริก” แรกในสีเสื้อเลสเตอร์ของเจมี่ วาร์ดี้ หรือตั้งแต่ย้ายมาจากฟลีตวู้ด ทาวน์ ทีมสมัครเล่นกลางปี 2012 นาทีที่ 3, 20 และ 78 โดยลูกสุดท้ายเป็นจังหวะที่จอห์น สโตนส์ กองหลังราคาเกือบ 50 ล้านปอนด์ (2,250 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 45 บาท) ของทีมเยือน ส่งบอลคืนเคลาดิโอ บราโว่ นายทวารเพื่อนร่วมทีมพลาด ส่งผลให้วาร์ดี้ฉกบอล และยิงมุมแคบชนเสาไกลผ่านเส้นประตูเข้าไป

ส่วนเจ้าถิ่นได้อีกประตูจากแอนดี้ คิง นาทีที่ 5 ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ตีคืน 2 ประตูจากฟรีคิกของอเล็กซานดาร์ โคลารอฟ นาที 82 และลูกยิงของโนลิโต้ นาทีสุดท้าย ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเนื้อหอมที่เคยคุมบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิก คว้าแชมป์รายการสำคัญรวมกันถึง 21 ครั้ง ภายในระยะเวลาแค่ 7 ปี พาทีมใหม่แพ้ในพรีเมียร์ลีก 2 นัดติด หลังโดนทีม “สิงห์บลู” เชลซี บุกแซงชนะ 3-1 ถึงในบ้านตัวเองสัปดาห์ก่อน

เป๊ปแก้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่โค้ชที่เก่งในเรื่องให้ลูกทีมเข้าปะทะคู่แข่ง เมื่อมีผู้สื่อข่าวถามหลังเกมว่า ทำไมนักเตะแมนฯ ซิตี้ ถึงแพ้ในการปะทะกับนักเตะเลสเตอร์ตลอด และปล่อยให้วาร์ดี้ที่ยิงประตูไม่ได้มา 16 เกมติดทำแฮตทริกได้อีก ซึ่งเป๊ปยืนยันว่า การได้บอลจังหวะ 2 เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบอลอังกฤษเต็มไปด้วยการปะทะ แต่ตนไม่มีทางสอนให้ลูกทีมเน้นเรื่องการปะทะแน่นอน สิ่งสำคัญสุดคือการสอนให้พวกเขาเล่นได้ดี และทำประตู ไม่ใช่จ้องแต่ปะทะกับคู่แข่ง

จากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้แมนฯ ซิตี้ มีสถิติชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 3 ยิงได้ 32 ประตู เสีย 19 ประตู มี 30 คะแนนจาก 15 นัด ขณะที่เลสเตอร์ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 7 ยิงได้ 21 ประตู เสีย 26 ประตู มี 16 คะแนน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon