‘เพื่อไทย’ พร้อมผลักดันวงการลูกหนัง ลงลึกเยาวชนไทย หวังได้เห็นไปบอลโลก
“บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬา พรรคเพื่อไทย และนายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะที่ปรึกษา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย “สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย” ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 เมษายน
ผศ.พิมล กล่าวว่า ฟุตบอลไทยนั้นถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมของประชาชนชาวไทย ดังนั้นจะต้องได้รับการดูแลโดยใกล้ชิด ต้องมีนโยบายเฉพาะที่เป็นของฟุตบอลไทย ซึ่งแรงบันดาลใจของโครงการนี้มาจากโครงการ “สตรีท ซอคเกอร์” เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเป็นโครงการของพรรคเพื่อไทย คัดเยาวชนหัวกระทิไปฝึกฝีเท้าเช่นฟูแล่ม เป้าหมายของโครงการนี้คือการยกระดับมาตรฐานกีฬาฟุตบอลไทยให้เทียบกับระดับนานาชาติ สร้างนักกีฬาก้าวไปสู่นักฟุตบอลอาชีพระดับโลก นอกจากนี้ยังจะเป็นการพัฒนาระบบนิเวศของวงการฟุตบอล (Ecosystem) ให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วนของวงการกีฬา ไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน ตลอดไปจนนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

บิ๊กเอ กล่าวต่อว่า แนวทางในการปฏิบัตินั้น ทางพรรคเพื่อไทยจะมอบหมายให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าไปจัดลีกเยาวชนและยุวชวนทั่วประเทศ ตั้งแต่รุ่นอายุ 13, 15, 17 และ 19 ปี ซึ่งจะทำให้มีทีมเข้าร่วมราวๆ 400 ทีม และมีนักกีฬาอย่างน้อย 10,000 คน อยู่ในระบบของฟุตบอลไทย จากนั้นคัดนักกีฬาที่มีศักยภาพสูง เข้าไปอยู่ใน Talent Center เพื่อส่งเสริมให้ได้ไปฝึกซ้อมยังต่างประเทศ เช่นปัจจุบัน กกท. ได้จับมือกับบุนเดสลีก้า เยอรมนี แล้ว ก็จะเพิ่มทั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือเจลีก ญี่ปุ่น เข้ามา เพื่อสร้างช่องทางให้นักกีฬาได้ไปฝึกซ้อมยังต่างประเทศที่มีคุณภาพต่อไป นอกจากนี้จะให้เครือข่ายของกกท.จัดเก็บข้อมูลนักเตะเพื่อเป็นฐานข้มูลของนักเตะไทยทั้งในไทยและต่างประเทศเอาไว้ รวมถึงผลักดันโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน ให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ
“เรื่องของงบประมาณที่จะใช้สนับสนุนนั้น จะเป็นการกำหนดนโยบายจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ปีละ 200 ล้านบาท จากนั้นที่สำคัญคือการผลักดันให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลในระดับเยาวชนคู่สำคัญผ่านทางช่องทีวีของรัฐ รวมไปถึงช่องทางอื่นๆ ทั้งยูทูปหรือเฟซบุ๊ค เพื่อสร้างช่องทางให้ภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนงบประมาณจากภาคเอกชนอีกราวๆ 100 ล้านบาทต่อปี” ผศ.พิมล กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการทำโครงการเช่นนี้จะทับซ้อนกับโครงการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ดำเนินอยู่หรือไม่นั้น ผศ.พิมล กล่าวว่า เราทราบมาว่าก่อนหน้านี้กกท.เป็นผู้ดูแลเรื่องฟุตบอลลีกเยาวชน จากนั้นทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ขอกลับไปทำเองแต่เจอโควิด-19 ไปทำให้มันชะงัก การเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้จะมาทำแข่งกับสมาคมฟุตบอลฯ แต่จะมาช่วยเหลือสนับสนุนสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อจะเป็นการยกระดับฟุตบอลลีกต่อยอดไปสู่ระดับนานาชาติ สุดท้ายแล้วนักฟุตบอลที่สร้างขึ้นมาก็จะถูกส่งมอบต่อให้กับสมาคมฯ ได้ใช้งานต่อไปในระดับทีมชาตินั่นเอง
“เราพร้อมจะสนับสนุนที่ตัวสมาคมฯ ไม่ว่าใครจะเป็นนายกสมาคมอยู่ก็ตาม ซึ่งหลังจากที่ได้รับเลือกตั้งก็จะเข้าไปพบกับผู้บริหารสมาคมฯ เพืื่อทำการหารือในเรื่องนี้ทันที” ปธ.ที่ปรึกษาด้านกีฬาพรรคเพื่อไทย กล่าว
เมื่อถามถึงเป้าหมายของแฟนบอลชาวไทยที่อยากเห็นทีมชาติไทยไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายนั้น ผศ.พิมล กล่าวว่า ความฝันของคนไทยทุกคนคือได้เห็นทีมเล่นในฟุตบอลโลก ก็หวังว่าสิ่งที่ทำมันจะทำให้บรรลุไปถึงจุดนั้นได้ แต่ยังไม่อยากพูดถึงตรงนั้น เพราะเราต้องค่อยๆ ไต่ระดับ เริ่มจากการกลับมาเป็นเจ้าซีเกมส์ก่อน ทำอันดับโลกให้เป็นเบอร์ 1 อาเซียนก่อน ซึ่งโครงการนี้จะช่วยสร้างนักเตะสนับสนุนให้กับสมาคมฟุตบอลได้

