“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการแถลงข่าว “เอฟเอ ไทยแลนด์ โร้ด แมป” เพื่อแสดงแผนงานการพัฒนาฟุตบอลไทยในช่วง 3 ปีหลังให้แก่สโมสรสมาชิก ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม
โร้ด แมปในการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของวงการฟุตบอลไทย ตั้งแต่ปี 2017 จะมีการจัดตั้งบริษัท ไทยลีก จำกัด เข้ามาควบคุมดูแลการแข่งขันแทนบริษัท พรีเมียร์ ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมกับเปลี่ยนชื่อลีกในแต่ละระดับให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

1.ไทยลีก (T1) เป็นลีกอาชีพสูงสุด โดยฤดูกาล 2017 ทีมที่เข้าแข่งขันมาจากทีมอันดับ 1-15 ของไทยลีก ฤดูกาล 2016 และทีมอันดับ 1-3 จากดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2016 รวม 18 ทีม และฤดูกาล 2019 จะปรับลดจำนวนทีมเหลือ 16 ทีม เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการจัดตารางแข่งขันให้ทีมชาติไทยได้มีเวลาเตรียมทีมแข่งขันรายการต่างๆ และมีช่วงหยุดพักแข่งขันตามหลักสากล
2.ไทยลีก 2 (T2) ลีกระดับที่สอง โดยฤดูกาล 2017 ทีมที่เข้าแข่งขันมาจากทีมอันดับ 16-18 จากไทยลีก ฤดูกาล 2016, ทีมอันดับ 4-15 จากดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2016 และ 3 ทีมที่ได้สิทธิจากดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2016 รวม 18 ทีม
3.ไทยลีก 3 (T3) เป็นลีกระดับ 3 ซึ่งจะเริ่มแข่งขันในฤดูกาล 2017 เป็นฤดูกาลแรก โดยคัดเอาทีมอันดับ 1-4 จาก 8 โซนของลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2016 รวม 32 ทีมแล้วแบ่งเป็น 2 โซน โซนละ 16 ทีม
4. ไทยลีก 4 (T4) ลีกระดับ 4 โดยทีมที่เข้าแข่งขันมาจากทีมลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2016 ที่ไม่ได้สิทธิเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 3 รวมกับทีมสำรองของสโมสรไทยลีก
5. ลีกสมัครเล่น (อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนท์)

ขณะเดียวกันได้เปลี่ยน “โลโก้” โดยออกแบบขึ้นมาจากตัวอักษร T ที่ย่อมาจาก Thailand เป็นสัญลักษณ์ผสมที่ตัดทอนรายละเอียดมาจาก “ช้าง” สัตว์ประจำชาติไทยออกมาดูเป็นเอกลักษณ์สากล โดยจะใช้แบบเดียวกันในทุกลีก แต่แบ่งระดับด้วยสีที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ได้เพิ่มโควต้าอาเซียน โดยได้ประกาศให้ไทยลีก 2 ลงทะเบียนผู้เล่นอาเซียน และส่งลงสนามเพิ่มได้1 คน นอกเหนือจากผู้เล่นโควต้าต่างชาติ 3 คนและผู้เล่นเอเชีย 1 คน ซึ่งถือเป็นการทดสอบและเตรียมความพร้อมก่อนประกาศใช้ในระดับไทยลีก 1 ในปี 2019

ส่วนเรื่องเงินสนับสนุนมีโครงการสนับสนุนเงินพัฒนาสโมสรที่ต้องการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเพิ่มเงินให้ทีมไทยลีก 5 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิถ่ายทอดสดทีมละ 20 ล้านบาท, ทีมไทยลีก 2 จำนวน 1 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิถ่ายทอดสดทีมละ 3 ล้านบาท และทีมระดับไทยลีก 3 จำนวน 1 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิถ่ายทอดสดทีมละ 1 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2017 เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละสโมสรได้อย่างเด่นชัดภายใน 1 ปี


