ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เก่า 4 สมัย ลงทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง พบ “อิเหนา” อินโดนีเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ท่ามกลางแฟนบอลชาวไทยที่ในสนามกว่า 45,000 คน โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เข้าชมเกมในสนามด้วย โดยผลนัดแรกทีมชาติไทยพลาดท่าบุกพ่ายก่อน 1-2
สถิติการพบกันระหว่างทีมชาติไทยกับอินโดนีเซียเจอกันมาแล้ว 76 ครั้ง ไทย ชนะ 36 ครั้ง เสมอ 14 ครั้ง แพ้ 26 ครั้ง ยิงได้ 134 ประตู และเสีย 86 ประตู ขณะที่การเจอกันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเคยพบกันมา 9 ครั้ง ไทย ชนะ 6 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง ยิงได้ 22 ประตู และเสีย 12 ประตู
เกมนี้ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทยปรับทัพมาเล่นระบบ 3-4-1-2 โดย 11 ตัวจริงมี ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ ริมเส้นซ้าย-ขวา ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด กองกลางตัวรุก “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ศูนย์หน้าคู่ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง และ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวซัลโวที่ยิงในทัวร์นาเมนต์นี้แล้ว 6 ประตู
ขณะที่อินโดนีเซียภายใต้การคุมทีมของ อัลเฟรด รีเดิล กุนซือชาวออสเตรีย จัดทีมมาเน้นเกมรับในระบบ 5-4-1 โดยมีผู้รักษาประตู คูร์เนีย ไมก้า กองหลัง มูฮัมหมัด อับดูห์ เลสตาลูฮู, ฟัชรูดิน อาร์ยันโต้, ฮันซามู ปรานาต้า, เบนนี่ วาห์ยูดี้, มานาฮาตี้ เลสตูเซ่น กองกลาง สเตฟาโน่ ลิลิพาลี่, ซัลแฮม แซมรัน, ริซกี้ โพร่า, บายู ปราดาน่า และศูนย์หน้าตัวเป้า โบอัซ โซลอสซ่า สวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วย
เกมครึ่งแรกเริ่มไม่ถึง 2 นาที ทีมไทยเล่นลูกเตะมุมสั้นให้สารัชเปิดบอลเข้ากลางให้ประชุมพุ่งชาร์จส่งบอลเข้าประตู แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงให้เป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน นาทีที่ 8 ทีมไทยได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากธีราทรลากบอลเข้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ธีรศิลป์วิ่งเข้ามาซัดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลเหินข้ามคาน นาทีที่ 14 ธีรศิลป์ตวัดบอลออกขวาให้ทริสตอง โด ล็อกหนึ่งจังหวะแล้วเปิดบอลยัดเข้ากลาง แต่กองหลังอินโดนีเซียสกัดบอลทิ้งออกมาก่อน
เกมผ่าน 20 นาทีแรกทีมชาติไทยครองบอลโหมบุกหนักหวังยิงประตูขึ้นนำ ขณะที่นักเตะอินโดนีเซียทั้งหมด 11 คนลงมาไปรับในแดนตัวเอง และเข้าปะทะแย่งบอลหนัก ทำให้ทีมไทยยังไม่สามารถบุกเจาะเกมรับได้ นาทีที่ 26 แข้งอิเหนาได้โอกาสยิงประตูครั้งแรกจากโบอัซ โซลอสซ่า ไหลบอลคืนหลังให้ซัลแฮม แซมรัน สับไกยิงนอกกรอบเขตโทษเหินข้ามคาน
กระทั่งนาทีที่ 38 ทัพช้างศึกพังประตูขึ้นนำ 1-0 ธีราทรกระชากบอลทางริมเส้นซ้ายแล้วเปิดเข้ากลางก่อนที่ ฟัชรูดิน อาร์ยันโต้ สกัดบอลโดนตัวสิโรจน์เข้าไปตุงตาข่าย และเป็นประตูที่สองในนามทีมชาติของสิโรจน์ โดยหลังทีมไทยได้ประตู กลุ่มแฟนบอลไทยที่ใช้ชื่อว่า “อุลตร้าส์ ไทยแลนด์” ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังประตูฝั่งโซนเหนือ ได้จุดพลุแฟร์ ทำให้มีควันปกคลุมในสนาม ซึ่งอาจทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดนบทลงโทษจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคตต่อไปได้ จบครึ่งแรกทีมไทยอยู่ 1-0
เกมครึ่งหลังนาทีที่ 47 ทีมแข้งไทยขยับสกอร์หนี 2-0 ชนาธิปจ่ายบอลตัดเข้ากลางให้สิโรจน์ได้บอลหน้าเขตโทษแล้วบรรจงปั่นบอลโค้งๆ เสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม และกองเชียร์อุลตร้าส์ ไทยแลนด์ก็จุดพลุแฟร์ในสนามอีกครั้งทั้งที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ประกาศร้องขอในสนามแล้วก็ตาม
จากนั้นอินโดนีเซียแก้เกมส่งผู้เล่นสำรองลงมาหวังยิงประตูตีไข่แตก นาทีที่ 70 ทีมไทยอาศัยเกมบุกโต้ขึ้นมาก่อนที่ชนาธิปแทงบอลทะลุช่องให้ธีรศิลป์หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ แต่จับบอลยาวเกินทำให้โดนนายทวารทีมเยือนออกมาสกัดบอลทิ้งได้ทัน นาทีที่ 79 สิโรจน์ลากบอลในเขตโทษก่อนโดนนายด่านอินโดนีเซียรวมล้มลงไป โมห์ อับดุลลาห์ ฮัสซัน ผู้ตัดสินชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป่าให้ไทยได้ลูกจุดโทษทันที แต่ทว่าธีรศิลป์รับหน้าที่ยิงจุดโทษไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มูฮัมหมัด อับดูห์ เลสตาลูฮู เตะบอลใส่ผู้เล่นสำรองทีมไทยจนโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปอีกด้วย
จบเกมทีมไทยชนะ อินโดนีเซีย 2-0 รวมผลสองนัดทีมไทยชนะ 3-2 ผงาดแชมป์อาเซียนสมัยที่ 5 หลังจากก่อนหน้านี้เคยคว้าได้เมื่อปี 1996, 2000, 2002, 2014 และเป็นชาติที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุด รวมทั้งยังเป็นการป้องกันแชมป์สำเร็จได้เป็นครั้งที่สอง อีกทั้งทีมไทยยังทำลายอาถรรพ์ทีมที่แพ้ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรกก่อน และไม่เคยมีทีมใดกลับมาคว้าแชมป์ได้เลยตั้งแต่เปลี่ยนระบบมาแข่งขันเหย้า-เยือนเมื่อปี 2004 ส่วนอินโดนีเซียได้รองแชมป์สมัยที่ 5 จากการเข้าชิงทั้งหมด 5 ครั้ง และยังไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลย
พร้อมกันนี้ทีมชาติไทยได้รับเงินรางวัลจากการแข่งขัน 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านบาท รวมทั้งยังรับเงินอัดฉีดจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 10 ล้านบาท บวกเงินอัดฉีดที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศก่อนเกมรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองว่า หากยิงประตูได้จะให้ลูกละ 1 ล้านบาท รวมยิง 2 ประตู ได้รับ 2 ล้านบาท ทำให้รวมทั้งสิ้นรับเงินอัดฉีดเบื้องต้น 19 ล้านบาท
ขณะที่ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา คว้ารางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์เมนต์เป็นสมัยที่ 3 ยิงไป 6 ประตู และยิงประตูรวมไปแล้วในรายการนี้ 15 ประตู รั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวตลอดกาลของศึกชิงแชมป์อาเซียนร่วมกับ “โย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ อดีตศูนย์หน้าร่างโย่งทีมชาติไทย และเล คองวินห์ อดีตศูนย์หน้าเวียดนามที่เพิ่งประกาศเลินเล่นทีมชาติไปในรายการนี้ ส่วนดาวซัลโวสูงสุดเป็น นอห์ อลัมชาห์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติสิงคโปร์ 17 ประตู ขณะที่นักเตะยอดเยี่ยมเป็นของชนาธิป ซึ่งคว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
โค้ชซิโก้กล่าวว่า ขอบคุณแฟนบอลชาวไทย พวกเราผ่านความกดดันมาเยอะ ขอบคุณที่ช่วยกัน ทำสำเร็จแล้วเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้พระองค์ทอดพระเนตร และขอมอบถ้วยนี้เทิดพระเกียรติให้ในหลวง รัชกาลที่ 10
ปีโป้ที่เหมาสองประตูในเกมนี้กล่าวว่า “วันนี้ถามว่าเป็นฮีโร่มั้ย ฮีโร่ของผมมีแค่ในนิยาย วันนี้มีแต่ทีมฮีโร่ ขอบคุณครอบครัวที่มาเชียร์ แม่มาไม่ได้แม่ป่วย แม่ดูอยู่ที่บ้านแน่นอน ขอบคุณครอบครัวที่ทำให้มีวันนี้”






