โดนแล้ว! มือจุดพลุแฟลร์ ‘ศานิตย์’เตรียมออก’หมายเรียก’เอาผิด ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ

18.12.16 | 11:33 น.

โดนแล้ว! มือจุดพลุแฟลร์ ‘ศานิตย์’เตรียมออก’หมายเรียก’เอาผิด แนะกองเชียร์คนไหนเดือดร้อนรำคาญมาแจ้งความได้

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ในการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติอินโดนีเซีย กลุ่มกองเชียร์ที่ใช้ชื่อว่าอัลฟ่าไทยแลนด์ มีการจุดพลุแฟลร์สีแดงจนเกิดควันและประกายไฟ ก่อความรำคาญให้กับผู้ร่วมเชียร์ รวมทั้งในโลกออนไลน์ยังมีการโจมตีเรื่องนี้อย่างหนัก จนหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าทีมชาติไทยอาจถูกลงโทษจากคณะกรรมการฟีฟ่าได้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่เห็นภาพของกองเชียร์ดังกล่าวในการถ่ายทอดและการส่งต่อในโลกออนไลน์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมาก ลงไปสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่จุดพลุแฟลร์ในสนามราชมังคลากีฬาสถานแล้ว เบื้องต้นจากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวมีการซุกซ่อนอุปกรณ์เชียร์ เข้าไปในสนาม และเมื่อถึงช่วงการแข่งขันก็นำขึ้นมาจุด โดยวัตถุประสงค์ของกลุ่มดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นการจงใจดิสเครดิต ทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยฯหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีปัญหาในระหว่างการเชียร์กับทีมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าจะมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น จึงมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและสายสืบเข้าไปในกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าว แต่กลุ่มดังกล่าวมีการตรวจสอบที่ค่อนข้างเข้มงวดและไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มของตัวเองเข้าไปร่วมเชียร์ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในและนอกสนามเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ในโลกโซเชียล ที่มีการโพสต์ก่อนการแข่งขันไว้เป็นพยานหลักฐานแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุบางคนมีการใช้ผ้าปกปิดหน้าตา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครก็จะออกหมายเรียกมาให้การกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป

พล.ต.ท.ศานิตย์5
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งรัฐเป็นผู้เสียหาย แต่หากประชาชนคนใดที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวก็สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.พลุดอกไม้ไฟ และประกาศของ คสช.ข้อใดหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่อยู่ในกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวอย่างแน่นอน และอาจเอาผิดถึงแกนนำของกลุ่มด้วย เพราะทำให้เสียภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลและประเทศชาติ