‘บิ๊กหยิม’ ขอโทษชาวไทยคุมเด็กไม่อยู่ ‘โค้ชหระ’ ชี้เด็กจะได้ประสบการณ์จากครั้งนี้

17.05.23 | 21:10 น.

‘บิ๊กหยิม’ ขอโทษชาวไทยคุมเด็กไม่อยู่ ‘โค้ชหระ’ ชี้เด็กจะได้ประสบการณ์จากครั้งนี้

“ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พฤษภาคม หลังทำได้แค่รองแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศกัมพูชา

“บิ๊กหยิม” นายยุทธนา หยิมการุณ ผอ.ทีมชาติไทย ชุดยู-23 กล่าวว่า จริงๆ นักฟุตบอลของเรามุ่งมั่นอยากคว้าแชมป์ให้ได้ ถ้าดูจากการแข่งขันก็ถือว่าทำได้ดีเพียงแค่นัดสุดท้ายเป็นเรื่องความอ่อนล้าและปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงมีเหตุการณ์ชุลมุนกัน ในฐานะ ผอ.ทีมก็ต้องขอโทษประชาชนชาวไทยที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ส่วนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่านักเตะทุกคนยังพัฒนาได้ อาจจะมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ แต่เราจะมุ่งมั่นพัฒนาทีมต่อไป และจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“การทำงานกับโค้ชหระ แนวทางการทำทีม ผมคิดว่ามีความทันสมัย ถ้าดูจากทุกเกม ภาพรวมเราทำได้ดี สี่เกมเราเล่นได้ดี อาจจะมีนัดสุดท้ายที่ฟุตบอลลูกกลมๆ ก็พลาดไปแล้ว และต้องขอโทษที่ไม่สามารถนำเหรียญทองกลับมาเมืองไทย ก็จะพยายามกันต่อไป ส่วนไหนที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ก็มีการขอโทษ มีการโพสต์รับผิด ก็ไม่เป็นไร เราก็คงไม่ให้เกิดขึ้นอีก ผมในฐานะ ผอ.ทีมชาติก็มีส่วนรับผิดชอบด้วย กับน้อง”

ด้าน “โค้ชหระ” อิสสระ​ ศรีทะโร เฮดโค้ช กล่าวว่า อันดับแรกมองว่าเหรียญเงินนี้สร้างประสบการณ์ให้น้องๆ ได้มากมาย เรามีเกมให้แข่ง และคู่แข่งแข็งแกร่งทั้ง 5 ทีม ซึ่งเราทำผลงานได้ดีพอสมควร มองในรายละเอียด การรวมตัว ฟื้นฟูนักเตะ หมุนเวียนผู้เล่น ทุกคนตอบสนองได้ดี หรือในนัดสุดท้ายเรากลับมาต่อเวลาได้ ก็แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจ ดังนั้น น้องๆ ได้ประสบการณ์เต็มๆ แค่ไม่ได้เหรียญทองเท่านั้น

Advertisement

“ส่วนที่สองเรื่องราวที่เกิดในนัดชิง มันเป็นอารมณ์ของฟุตบอล ทุกคนทำงานหนัก ชนวนมันอาจจะมาตั้งแต่ประตูที่สองของอินโดนีเซีย แต่ทุกคนเก็บเอาไว้ จนเราตีเสมอในนาทีสุดท้าย มันสุดยอดสำหรับน้องๆ แต่ก็อย่างที่บอกเป็นเรื่องของอารมณ์ เหตุการณ์ทุกอย่างมีลำดับเหตุการณ์ แน่นอนเราทำผิด เราต้องขอโทษ แต่พอจบเกมทุกอย่างก็จบ”

“หลังจากนี้ก็ต้องประชุมในวันพรุ่งนี้ก่อนว่าจะมีการวางรูปแบบการทำงานหรือมีอะไรเพิ่มเติม ส่วนเรากับคู่แข่ง ฟุตบอลมันขับเคี่ยวในสนาม ทั้งคนในสนามและคนที่เป็นโค้ชด้วย คืออารมณ์ร่วม มันสุดยอด มันเป็นแค่ว่าอารมณ์ร่วมอาจจะเกินไปหน่อย ไม่สามารถควบคุมได้ จนกระทบกระทั่ง คือสิ่งที่ดี หลังจบเกมทุกอย่างจบ ถือเป็นเรื่องที่ดี กัปตันทีมฝั่งตรงข้ามก็มาขอโทษ จังหวะประตูที่สอง จังหวะวุ่นวาย ตรงนี้ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ทุกคนได้ประสบการณ์ด้วย ทั้งทีมงาน บางอย่างเราผิดแน่นอน ก็ต้องไปว่ากัน”

“เรื่องวิ่ง ทีมเขาเป็นคนวิ่งมาก่อนเขาวิ่งมาดีใจ ก็เป็นเรื่องปกติและไม่มีอะไรเพราะเราไม่ได้เข้าถึงตัวเขาเลย ก็ปล่อยเขาวิ่ง เขาวิ่งผ่านหน้าผมด้วย พอเรายิงได้ เราก็ดีใจ เราจะไปวิ่ง ตอนที่เรายิงเราก็วิ่งไปดีใจปกติ แต่พอดีมีการปะทะกันซึ่งเราก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ตอนเขานำ 3-2 เขาก็ดีใจตามปกติ แต่เขามาดีใจฝั่งเรา แต่เราก็อารมณ์ชั่ววูบ ความดีใจยังไม่ลงเลย เกมมันเร็วมาก ในตอนนั้น ทำให้ทุกคนด้วยความที่แต่ละทีมใส่ใจทีมตัวเอง ก็เลยมีอารมณ์ ทำให้การควบคุมอารมณ์หายไป แต่อย่างที่บอกสุดท้ายเกมจบทุกอย่างจบ”

สำหรับรายการต่อไปของทีมชาติไทย ยู-23 คือการทำศึกชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะแข่งขันในช่วงเดือนสิงหาคม 2566 ที่ประเทศไทย ต่อด้วยการทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงเดือนกันยายน ที่ประเทศไทย