เพาะกาย วางแผนลุย 3 ศึกอาเซียน-เอเชีย-ชิงแชมป์โลก เปิดเฟ้นนักกีฬารวม 66 คน

24.05.23 | 01:02 น.

เพาะกาย วางแผนลุย 3 ศึกอาเซียน-เอเชีย-ชิงแชมป์โลก เปิดเฟ้นนักกีฬารวม 66 คน

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับทางสมาคมได้จัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ในงานเชิดชูเกียรติตำนานนักกีฬาซีเกมส์ไทย​ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เพื่อคัดนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 3 รายการ ตลอดปี 2566 นี้ ได้แก่

รายการชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 8-12 มิถุนายน ที่เมืองบาตั้ม ประเทศอินโดนีเซีย ต่อด้วยรายการชิงแชมป์เอเชีย วันที่ 1-7 กันยายน ที่ประเทศเนปาล และรายการชิงแชมป์โลก วันที่ 6-12 พฤศจิกายน ที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นจำนวน 11 ประเภท รวม 65 คน ซึ่งจริงๆ เรามีนักกีฬาที่เก็บตัวเตรียมไว้ 66 คน แต่มี 1 คนที่ไม่สะดวกมาร่วมการคัดเลือกครั้งนี้ แต่เราให้สิทธิ์เป็นนักกีฬาทีมชาติ

“จากนักกีฬาทั้งหมด 66 คน ถึงแม้จะมาเข้าร่วมการแข่งขันคัดตัวนักกีฬาครั้งนี้แค่ 65 คนก็ตาม ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างไร เราให้ทางกลุ่มสต๊าฟโค้ช และกรรมการผู้ตัดสินมาพิจารณาการคัดตัวครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแข่งขันคัดตัว เหมือนการแข่งขันจริง ทั้งประเภทเพาะกาย แอธเลติกฟิสิค สปอร์ตฟิสิค โมเดลฟิสิคฟิตเนส”

นายศุกรีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการแข่งขันคัดตัวทีมชาติครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อตัดตัวนักกีฬา จาก 66 คน เราจะคัดนักกีฬาชุดแรก 17 คน เพื่อ เข้าร่วมการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 8-12 มิถุนายน ที่เมืองบาตั้ม ประเทศอินโดนีเซีย ต่อด้วยรายการที่ 2 จำนวน 38 คน เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย วันที่ 1-7 กันยายน ที่เนปาล ส่วนที่เหลืออีก 11 คน ได้แข่งชิงแชมป์โลก วันที่ 6-12 พฤศจิกายนที่เกาหลีใต้

Advertisement

“ในสัปดาห์หน้า ทางสต๊าฟโค้ชเพาะกายทีมชาติไทยจะเข้าร่วมประชุมหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาว่า จากผลการคัดตัวนักกีฬาครั้งนี้ คนไหนเหมาะสมที่จะลงแข่งรายการไหน และหลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อนักกีฬาต่อไป โดยนักกีฬาที่ได้ ที่ 1 ชิงแชมป์อาเซียน จะได้เป็นตัวแทนไปแข่งชิงแชมป์เอเชีย และนักกีฬาที่ได้ ที่ 1 ชิงแชมป์เอเชีย จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ต่อไป ทางสมาคมต้องการเฟ้นหาคนที่ดีที่สุด เพื่อจะได้ไปแข่งขันและสามารถสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จมาสู่ประเทศไทยต่อไปในอนาคต”