นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.เปิดเผยถึงเรื่องกระแสข่าวที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ที่มี พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ ขอความร่วมมือให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ภายใน 30 วันโดยให้เชิญตัวแทนสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้ง 72 เสียงมาหารือว่าจะรับมติของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ออกประกาศในการจัดอันดับฟุตบอลไทยลีก 2016 จนทำให้ ชัยนาท ฮอร์นบิล กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ตกชั้นว่า จากกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กกท. ขอเรียนว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ได้เชิญสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสโมสรฟุตบอล ทั้ง 2 สโมสร มาชี้แจงร่วมกันเพื่อพิจารณาหาทางออก เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, พล.อ.ศุภฤกษ์ ไม้แก้ว ผอ.สโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด, นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เป็นผู้แทนแต่ละฝ่าย และมีความเห็นชอบร่วมกันคือให้เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รีบเสนอเรื่องให้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดประชุมใหญ่พิเศษให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เพื่อให้ทั้ง 2 สโมสรได้ชี้แจงรายละเอียดและเหตุผลต่อที่ประชุมใหญ่พิเศษ และได้รายงานผลให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องร้องทุกข์แล้ว จึงมีมติโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 มาตรา 25 และมาตรา 14 และระเบียบคณะกรรมการกีฬาอาชีพว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการอุทธรณ์ ข้อ 16 คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ได้มีคำวินิจฉัย และขอความร่วมมือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พิจารณาดำเนินการ พอสรุปได้ดังนี้
1. เสนอให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เยียวยาความเสียหายของทั้ง 2 สโมสรตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เห็นสมควรหรือจะพิจารณาตามที่สโมสรเสนอ
2.ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้มีการจัดประชุมใหญ่พิเศษเพื่อรับฟังรายละเอียดและพิจารณาข้อเสนอของทั้ง 2 สโมสร และให้มีการลงมติในที่ประชุมใหญ่พิเศษภายในเดือนธันวาคม 2559
3. เมื่อพิจารณาแล้วให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แจ้งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ทราบเมื่อได้มีการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วตามที่คณะกรรมการฯ เสนอ
4. ในการดำเนินงานเรื่องต่างๆ ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยึดถือข้อบังคับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 34 กำหนดว่า นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ซึ่งไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกีฬาอาชีพภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งมี
พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือที่ กก 5110/13194 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เรื่องคำวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์สโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด และสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ถึงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรับทราบและให้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว และขณะนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กำลังพิจารณาอยู่
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า เรื่องนี้ กกท. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และได้ประสานไปยังผู้ถูกร้อง และผู้ร้องทุกข์อยู่ตลอดเวลา ตามขั้นตอน และวิธีการยื่นเรื่องร้องทุกข์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์มีหนังสือแจ้งผลวินิจฉัยและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ผู้ร้องทุกข์และคู่กรณีรับทราบ ตอนนี้ต้องรอดูว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะพิจารณาอย่างไร หากผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจาณาข้อเท็จจริง ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ภายใน 30 วัน นับจากได้รับหนังสือจากคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์, จากนั้น คณะกรรมการกีฬาอาชีพจะพิจารณาอุทธรณ์ (โดยขั้นตอนนี้ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ที่ยื่นไว้ก่อนคณะกรรมการกาอาชีพจะมีคำวินิจฉัย) และเมื่อคณะกรรมการกีฬาอาชีพมีคำวินิจฉัยแล้วให้ถือเป็นที่สิ้นสุด และให้นายทะเบียนแจ้งผลการวินิจฉัยเป็นหนังสือต่อผู้อุทธรณ์ต่อไป

