‘รามาดาน ปุตรา’ ซิวแชมป์กอล์ฟอาชีพสิงห์ ลากูน่า ภูเก็ต หลังเจอฝนฟ้าคะนองตัดจบ 3 วัน
นาราจี รามาดาน ปุตรา นักกอล์ฟจากอินโดนีเซียคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 195 ทิ้งอันดับ 2 ชัพชัย นิราช 3 สโตรก หลังจากพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้การแข่งขันรอบสุดท้ายเล่นไม่ได้จนคณะกรรมการจัดการแข่งขันตัดสินใจใช้ผลการแข่งขันเพียง 3 วัน 54 หลุม ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ โคแซงชั่นกับ เอเชี่ยนดีเวลล็อปเม้นท์ทัวร์ หรือ เอดีที รายการสิงห์ ลากูน่า ภูเก็ต โอเพ่น 2023 ชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท ณ สนามลากูน่า กอล์ฟ ภูเก็ต ระยะ 6,697 หลา พาร์ 70 จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม
การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 2023 จากการสนับสนุนโดย สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุนจัดแข่งขันรายการ “สิงห์ ลากูน่า ภูเก็ต โอเพ่น 2023” ชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2566 ณ สนามลากูน่า กอล์ฟ ภูเก็ต ระยะ 6,697 หลา พาร์ 70 จ.ภูเก็ต นับเป็นรายการที่ห้าของออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ฤดูกาล 2023 และเป็น 1 ใน 3 รายการของออลไทยแลนด์ที่โคแซงชั่นกับ เอเชี่ยนดีเวลล็อปเม้นท์ทัวร์ หรือ เอดีที ในฤดูกาลนี้ ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 600,000 บาท พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลก
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน ปรากฏว่ามีพายุฝนฟ้าคะนองซึ่งเป็นอันตรายต่อนักกอล์ฟ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงยุติการแข่งขันชั่วคราวตั้งแต่เวลา 11.32 น. ซึ่งในกลุ่มผู้นำกำลังเล่นอยู่ที่หลุม 9 แต่สุดท้ายไม่มีนักกอล์ฟสามารถกลับมาลงแข่งขันต่อได้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันในรอบสุดท้ายและใช้ผลการแข่งขันเพียง 54 หลุมส่งผลให้แชมป์ตกเป็นของ นาราจี รามาดาน ปุตรา นักกอล์ฟจากอินโดนีเซีย ที่ทำสกอร์สามวัน 15 อันเดอร์พาร์ 195
นาราจี รามาดาน ปุตรา ที่คว้าแชมป์ออลไทยแลนด์รายการแรกในชีวิตแต่เป็นชัยชนะรายการที่สามใน อเชี่ยนดีเวลล็อปเม้นท์ทัวร์ หรือ เอดีที ต่อจาก โอบี อินวิเตชั่นแนล และ พีไอเอฟ ซาอุดิ โอเพ่น กล่าวว่า “ในสัปดาห์นี้ผมค่อนข้างมีความสุขกับเกมของตัวเอง การไดร์ฟและตีเหล็กทำได้ค่อนดี เช่นเดียวกับการพัตต์ โดยเฉพาะการพัตต์ในระยะ 12 ฟุตนั้นผมทำได้ค่อนข้างดี ผมพอใจกับผลงานที่เกิดขึ้น”
นักกอล์ฟจากอินโดนีเซียยังกล่าวต่ออีกว่า “เมื่อปีที่ผ่านมาผมคว้าชัยชนะมา 2 รายการ นั่นส่งผลให้ผมคว้าสิทธิการเล่นในเอเชี่ยนทัวร์ แต่มาถึงตอนนี้ผมงานในเอเชียนทัวร์ผมทำได้ไม่ค่อยดี ดังนั้นผมจึงวางแผนจะลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็นไปได้เพื่อรักษาเอเชี่ยนทัวร์คาร์ดเอาไว้ให้ได้”
อันดับ 2 เป็น ชัพชัย นิราช แชมป์ออลไทยแลนด์ 4 รายการวัย 39 ปีจากพิษณุโลกที่ในรอบ 3 มาพลาดเสียสองดับเบิลโบกี้ในช่วงท้าย ทำให้สกอร์รวม 3 วันมีเพียง 12 อันเดอร์พาร์ 198 รับเงินรางวัลปลอบใจไป 380,000 บาท ขณะที่ ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ แชมป์ออลไทยแลนด์ 2 รายการจากจันทบุรีจบอันดับ 3 ด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 199 รับเงินรางวัลไป 220,000 บาท
ส่วน รัชชานนท์ ฉันทนานุวัฒน์ นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 16 ปี ทำสกอร์รวมสามวัน 3 อันเดอร์พาร์ 207 จบการแข่งขันในอันดับ 34 ร่วม แต่เป็นผลงานนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ดีที่สุดในรายการนี้ คว้ารางวัลศุภพร มาพึ่งพงศ์ ไปครองสำเร็จ
สำหรับการแข่งขันออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์รายการต่อไปจะแข่งขันระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2566 นี้ ในรายการสิงห์ เชียงใหม่ โอเพ่น 2023 ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามแม่โจ้ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา จ. เชียงใหม่

